กลายเป็นเรื่องราวที่ส่งต่อพลังใจที่ยิ่งใหญ่ทันที สำหรับพระเอกรุ่นใหญ่หล่ออมตะ “เคลลี่ ธนะพัฒน์” ที่ล่าสุดในงานแถลงข่าวครบรอบ 5 ปี โรงพยาบาลนวเวช เจ้าตัวได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟเกี่ยวกับอาการป่วยของเพื่อนซี้ระดับโลกอย่าง “จา พนม” หรือ “โทนี่ จา” ที่ก่อนหน้านี้มีต้องต่อสู้อย่างหนัก กับโรคมะเร็งท่อน้ำดีระยะ 3 จนซูบผอมทำอะไรหลายคนเป็นห่วง

โดย หนุ่มเคลลี่ เผยนาทีได้รับสายตรงจากเพื่อนรักว่า “สุขภาพของโทนี่ จา (จา พนม) ตอนนี้เขาแข็งแรงโอเคดีแล้วครับ อย่างล่าสุดที่คุยกันน้ำหนักเขากลับขึ้นมาหลายกิโล เขามีกำลังใจที่ดีมีครอบครัวและเพื่อนฝูงที่เป็นกำลังใจ และด้วยตัวเขาเองเป็นคนที่สู้อยู่แล้วเขาเป็นคนที่อารมณ์ดีคิดบวกตลอด แม้กระทั่งตอนที่เขาโทรฯ มาบอกว่าเขาป่วยและรักษามาระยะหนึ่งแล้ว เขาบอกผมแต่เขาไม่เคยมาพูดในทางลบหรือพูดให้เราสงสารเขา ไม่เคยพูดแบบนั้นเลย เขาแค่จะมาบอกว่าเขาป่วยนะและเขาเอาชนะมันได้ ทุกวันนี้ก็ยังรักษาตัวอยู่ครับดูแข็งแรงอย่างที่เห็นในโซเชียลของเขา เขาก็ยังออกกำลังกายและทำงานอยู่ ล่าสุดก็เพิ่งบินไปต่างประเทศดูโอเคแล้ว แม้อาจจะยังไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”

“ถามว่าผมรู้เรื่องว่าเขาป่วยตอนไหน ถ้าเป็นช่วงแรกๆ เลยก็อาจจะยังไม่ใช่ แต่เขารักษาตัวมาสักพักหนึ่งแล้ว ตอนแรกผมไม่ได้คิดว่าเขาป่วย ผมนึกว่าลดน้ำหนักนึกว่าทำงานหนักแล้วก็ออกกำลังกายเยอะหรืออาจจะเป็นการลดน้ำหนักสำหรับบทบาทอะไร คือไม่ได้คิดว่าเขาป่วย พอเขาโทรฯ มาบอกว่าป่วยเราก็คิดว่าจะเป็นเรื่องเล็กไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องมะเร็ง แต่พอทราบเรื่อง อย่างที่บอกเวลาคุยกับโทนี่เหมือนเราไม่ได้คุยกับคนที่ป่วย ถ้าได้เจอเขา เขาก็เป็นแบบที่เห็น อย่างที่ออกรายการ ยังมีหลายคนทักเลยว่านี่หรือป่วย เขาเป็นคนที่คิดบวกตลอด อารมณ์ดี เวลาคุยจะไม่เหมือนคุยกับคนป่วย เพราะฉะนั้นเขาเป็นคนมีแนวคิดที่ดีมาก เขาไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเศร้าหรือสงสาร แต่ทำให้เรารู้สึกว่านี่แหละเขาคือโทนี่เป็นคนที่สู้ สู้ชีวิต”

“หลังจากที่รู้ว่าป่วย ณ ตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิด ตอนที่เห็นเขาตอนแรกก็เห็นว่าเขาซูบ พอเขาบอกว่าป่วย นึกถึงตอนแรกๆ ที่เขาซูบก็เข้าใจได้ แต่ ณ วันนี้อย่างที่ผมบอก เขากลับขึ้นมาแล้วดูสดชื่นขึ้นดู เดี๋ยวเร็วๆ นี้จะไปที่บ้าน จะไปดูครั้งนี้เพราะครั้งที่แล้วไปผมเจอเขาน้ำหนักยังไม่ได้เยอะขึ้นเหมือนตอนนี้ ผมกับเขาก็ยังคุยกันอยู่เรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้กัน ส่วนของการรักษา ก็ยังรักษาอยู่ต่อเนื่อง ไม่สามารถเข้าไปในเรื่องของรายละเอียดได้ แต่เท่าที่ทราบก็ยังมีการรักษาอยู่เรื่อยๆ ครับ”

“ส่วนตัวผมก็มีความกังวลเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว จากเมื่อก่อนที่อาจจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องของสุขภาพเท่าไหร่ แต่ก็ตรวจสุขภาพต่อเนื่องทุกปี เป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว ข้อดีคือผมเป็นคนที่ค่อนข้างทานคลีน ดูแลเรื่องการกิน การทานวิตามิน ผมเป็นคนที่ระวังเรื่องพวกนี้ เวลาตรวจคุณหมอก็จะบอกว่าสุขภาพปีนี้ดีกว่าปีก่อนผมก็จะโล่งอก ที่กังวลเป็นพิเศษ คือบ้านผมก็เป็นมะเร็งเหมือนกัน เรื่องของโรคหัวใจและสโตรก ถามว่ากังวลไหมก็กังวลในทุกเรื่อง แต่อย่างที่บอก ของแบบนี้เราต้องดูแลตัวเองและคุมมันไว้ ไม่ใช่ว่าป่วยแล้วค่อยมารักษา ผมเป็นคนที่ต้องควบคุมก่อนที่จะให้เกิดโรค แต่เราก็ต้องมาตรวจสุขภาพเช็กร่างกาย ล่าสุดเดี๋ยวจะมีการเช็กส่องกล้อง เพราะถึงช่วงที่จะต้องส่องกล้องแล้ว เพราะในครอบครัวอย่างที่บอกว่าเรื่องของมะเร็งครับ”