สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ว่า เหยื่อหญิงวัย 35 ปี กำลังว่ายน้ำอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 30 เมตร ในเช้าวันเสาร์ (13 มิ.ย.) เมื่อเธอถูกฉลามยาว 3-4 เมตรกัด ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่แขน และขาซ้ายส่วนล่าง โดยในขณะนี้ เธอยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในสภาพที่ทรงตัว
สภาเมืองแรนด์วิคกล่าวในแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยของเราจะยังคงลาดตระเวนด้วยเรือเจ็ตสกีตลอดทั้งวัน และหน่วยกู้ภัยทางทะเลแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ กำลังใช้โดรนตรวจจับฉลามที่หาดคูจี
เหตุการณ์ฉลามโจมตีเมื่อสุดสัปดาห์ เป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับฉลามโจมตีชายหาดของประเทศ หลังจากที่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ มีชายคนหนึ่งเสียชีวิตหลังจากถูกฉลามโจมตี ขณะตกปลาอยู่นอกชายฝั่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
Sydney reopens beach under heavy patrols after shark attack https://t.co/QMs30AY3el
— Reuters Asia (@ReutersAsia) June 15, 2026
ก่อนหน้านี้ ชายหาดหลายสิบแห่งตามแนวชายฝั่งตะวันออกถูกปิด เมื่อเดือน ม.ค. หลังเกิดเหตุฉลามโจมตี 4 ครั้งใน 2 วัน
แม้การเผชิญหน้ากับฉลามจะยังคงเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในทางสถิติ แต่การวิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูลเหตุการณ์ฉลามของออสเตรเลียโดยรอยเตอร์ส แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปของการเผชิญหน้ากับฉลาม โดยออสเตรเลียมีเหตุการณ์เกือบ 29 ครั้งต่อปีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยประมาณ 16 ครั้งต่อปีในช่วงปี 2543
เหตุการณ์โจมตีดังกล่าวทำให้เกิดการทบทวนกฎระเบียบเกี่ยวกับการเฝ้าระวังทางอากาศ แม้จะมีการใช้โดรนฉุกเฉินในวันจันทร์ (15 มิ.ย.) แต่โดยปกติแล้ว หาดคูจีจะเผชิญกับข้อจำกัดด้านการบินอย่างเข้มงวด เนื่องจากตั้งอยู่ใต้เส้นทางการบินของสนามบินซิดนีย์.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



