เมล่อน เป็นไม้เลื้อย เนื้ออ่อน สีเขียวเข้มมีขนอ่อนที่ผิวลำต้น ยาวประมาณ 3-4 เมตร มีมือเกาะ มีระบบรากเป็นแบบรากแก้ว และมีรากที่แตกแขนงกระจายออกมารอบต้นราวๆ 30 ซม. ใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบหยัก ผิวใบหยาบสีเขียวเข้ม มีขนที่ผิวใบ ยาว 6-20 ซม. กว้าง 7-30 ซม. มีทั้งดอกแบบสมบูรณ์เพศ และมีดอกแยกเพศในต้นเดียวกัน (Monoecious) ดอกเลี้ยงและกลีบดอกมี 5 กลีบ ผลมีลักษณะเป็นทรงกลมหรือทรงกลมรี มีทั้งที่เป็นผิวเรียบและผิวแตกขรุขระ ผิวสีเขียวหรือเหลือง เนื้อสีเขียว ขาวและส้ม
สำหรับประโยชน์ของเมล่อน ช่วย ลดความดันโลหิตสูง เพราะเมล่อนเป็นผลไม้ที่มีโซเดียมต่ำและมีโพแทสเซียมสูง อาจช่วยรักษาระดับความดันโลหิตให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจอีกด้วย ในเมล่อนอุดมไปโฟเลต วิตามินเค และแคลเซียม ที่มีส่วนสำคัญในการบำรุงกระดูก ช่วยป้องกันการสึกหรอของกระดูกและช่วยเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรง เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว หลังการออกกำลังกาย เพียงรับประทานเมล่อนหรือน้ำเมล่อน จะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้คุณพร้อมเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวอีกด้วย
เสริมคอลลาเจนให้ผิว เมล่อนมีวิตามินซีสูง ที่มีความเกี่ยวข้องในการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนช่วยในการซ่อมแซมผิวหนังไม่ให้เสื่อมสภาพก่อนวัย นอกจากนี้วิตามินซียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพในปกป้องผิวอีกด้วย ในเมล่อน มี วิตามินซี ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ปกป้องผิวจากแสงแดด ป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจและรักษาระบบต่างๆภายในร่างกาย เช่น โรคปอดบวมและโรคไขข้อ เมล่อนนั้นมีไฟเบอร์ ที่ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ สารประกอบแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ในเมล่อนช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา ช่วยให้การมองเห็นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น น่าเสียดายที่ทุกคนไม่สามารถกินเมลอนได้ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคกระเพาะตับอ่อนอักเสบในระยะเฉียบพลัน แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น โรคของอวัยวะสืบพันธุ์ในระยะเฉียบพลัน นิ่วในไต การอักเสบของทวารหนัก การแพ้ผลิตภัณฑ์ ความผิดปกติของลำไส้โรคบิด การใช้ผลิตภัณฑ์มากเกินไปอาจทำให้เกิดโรคลำไส้ทำให้เกิดโรคหัวใจ



