เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาพรวมการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศไทยกับยุโรป สำหรับเที่ยวบินที่ไม่ต้องแวะต่อเครื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสายการบินสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางบินไปใช้เส้นทางอื่นได้ แต่อาจส่งผลให้ระยะเวลาการเดินทางมีการเปลี่ยนแปลงได้ กพท. จึงขอแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบเวลาเที่ยวบินทั้งขาไป และขากลับกับสายการบินก่อนการเดินทาง

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปัจจุบันยังคงมีการปิดห้วงอากาศในบางพื้นที่ แต่หลายประเทศได้เริ่มปรับมาตรการเพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการบินได้บางส่วน โดยเที่ยวบินไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย และประเทศโอมาน สามารถให้บริการได้ตามปกติ ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เริ่มกลับมาให้บริการเที่ยวบินในวงจำกัดตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายศรัณย กล่าวอีกว่า สายการบิน Emirates ได้รายงานต่อ กพท.ว่า ปัจจุบันมีการให้บริการเที่ยวบินจากดูไบมายังประเทศไทยวันละ 2 เที่ยวบิน จากเดิมในสถานการณ์ปกติให้บริการวันละ 7 เที่ยวบิน และในสัปดาห์หน้ามีแผนเพิ่มเที่ยวบินอีก ทั้งนี้ผู้โดยสารสามารถติดตามสถานะเที่ยวบินได้จากสายการบินโดยตรง ขณะที่สายการบิน Etihad Airways และ Qatar Airways ได้เริ่มกลับมาทำการบินบางเที่ยวบินแล้ว แต่ยังมีการจำกัดอยู่ในผู้โดยสารเฉพาะกลุ่ม สำหรับสายการบินจากประเทศคูเวต และบาห์เรน ยังไม่เปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ตามปกติ แต่อาจมีการจัดเที่ยวบินพิเศษเป็นกรณีเฉพาะ ซึ่งผู้โดยสารสามารถติดตามข้อมูลจากสายการบินเกี่ยวกับเงื่อนไข และข้อจำกัดในการเดินทางได้
นายศรัณย กล่าวต่อว่า แม้แนวโน้มการดำเนินการด้านการบินในภูมิภาคจะเริ่มมีทิศทางฟื้นตัว แต่สถานการณ์ยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา กพท. จึงขอแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินก่อนเดินทาง และเผื่อเวลาในการเดินทางมายังท่าอากาศยาน เนื่องจากบางเที่ยวบินอาจมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน ซึ่งอาจส่งผลให้ระยะเวลาในการเดินทางเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้หากผู้โดยสารพบปัญหาการให้บริการ หรือไม่ได้รับการดูแลตามสิทธิ สามารถร้องเรียนมายัง กพท. ได้ ผ่านเว็บไซต์ http://complaint.caat.or.th



