วานนี้ (12 มี.ค. 2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานถึงโฆษณาจากประเทศไอร์แลนด์ ที่เสนอประเด็นเกี่ยวกับการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเด็กและเยาวชน โดยชี้ให้เห็นสถานการณ์แง่ลบที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อพ่อแม่โพสต์ภาพและข้อมูลของลูกๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์โดยขาดความระมัดระวัง พร้อมชี้ว่า เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่กำลังจะได้รับมอบอำนาจในการลบ “ร่องรอยดิจิทัล” ของพวกเขาที่พ่อแม่ทิ้งไว้โดยไม่ได้รับความยินยผมในเร็วๆ นี้
รายงานข่าวระบุว่า เหล่าวัยรุ่นชาวออสเตรเลียกำลังจะได้สิทธิในการย้อนกลับไปแก้ไข “ความเสียหาย” เกี่ยวกับการรักษาความเป็นส่วนตัวที่เกิดจากพฤติกรรม “Sharenting” (พฤติกรรมที่ผู้ปกครองแชร์เรื่องราวเด็กผ่านช่องทางออนไลน์จนเกินพอดีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเด็ก) ภายใต้ประมวลกฎหมายความเป็นส่วนตัวออนไลน์สำหรับเด็ก (Children’s Online Privacy Code หรือ COPC) ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมจากกฎหมายว่าด้วยการปกป้องความเป็นส่วนตัวของบุคคลปี 2567 และคาดว่าร่างกฎหมายจะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปีนี้
กฎหมายดังกล่าวยินยอมให้บุคคลที่มีอายุครบ 18 ปี สามารถร้องขอให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียลบข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้ ซึ่งเป็นการมอบอำนาจให้พวกเขานำคลังข้อมูลดิจิทัลของตัวเองที่พ่อแม่สร้างทิ้งไว้ออกไปจากโลกออนไลน์
โฆษกของหน่วยงานกำกับดูแลข้อมูลแห่งออสเตรเลีย (Office of the Australian Information Commissioner หรือ OAIC) เปิดเผยว่า ประมวลกฎหมายนี้จะช่วยคุ้มครองการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก โดยการกำหนดให้ผู้ให้บริการออนไลน์ เช่น แอป เกม และเว็บไซต์ที่เด็กเข้าถึงบ่อย ปฏิบัติตามหลักการพื้นฐานของกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของออสเตรเลีย (APPs) อย่างเคร่งครัด
รายงานผลการสำรวจของ OAIC ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ระบุว่าเยาวชนและเด็กๆ ต้องการสิทธิในการตัดสินใจบนโลกดิจิทัลด้วยตนเอง โดยผลสำรวจพบว่าร้อยละ 60 ต้องการควบคุมข้อมูลส่วนตัว ต้องการทราบว่าบริษัทออนไลน์มีข้อมูลอะไรของพวกเขาบ้าง และต้องการทางเลือกในการแก้ไขหรือลบข้อมูลเหล่านั้น นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้มีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่สั้นและอ่านง่าย รวมถึงการหยุดใช้เทคนิคนำเสนอข้อมูลในลักษณะจูงใจที่มีผลต่อการตัดสินใจของเด็ก และการตั้งค่าปิดการติดตามตำแหน่งเป็นค่าเริ่มต้น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการขยายผลจากทางการออสเตรเลียสั่งแบนการใช้โซเชียลมีเดียในเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา ความจริงแล้ว ออสเตรเลียไม่ใช่ประเทศเดียวที่ตื่นตัวเรื่องนี้ หลายประเทศในยุโรปได้ปรับปรุงกฎหมายความเป็นส่วนตัวให้เข้มงวดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
สำหรับโฆษณาชุด “Pause before you post” (หยุดคิดก่อนโพสต์) กลายเป็นไวรัลในไอร์แลนด์เมื่อปลายปีที่แล้ว มีเนื้อหาแสดงให้เห็นว่าเนื้อหาออนไลน์สามารถแพร่กระจายไปได้ไกลแค่ไหน โฆษณาดังกล่าวเผยภาพเด็กหญิงคนหนึ่งเดินในห้างกับพ่อแม่ แต่กลับถูกคนแปลกหน้าเข้ามาทักทายโดยรู้จักชื่อรวมถึงข้อมูลส่วนตัวของเธออย่างละเอียด เช่น วันเกิดหรือทีมฟุตบอลที่เธอชอบ แล้วทิ้งท้ายด้วยคำเตือนว่า “ทุกครั้งที่คุณแชร์ชีวิตของลูกออนไลน์ คุณกำลังเสี่ยงที่จะแชร์ข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาสู่โลกกว้าง”
คริสตี แมควี อดีตนักสืบคดีล่วงละเมิดเด็ก กล่าวว่า การขยับตัวทางกฎหมายนี้เป็นก้าวที่ดี แต่ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาทั้งหมด เพราะเมื่อเนื้อหาถูกแชร์หรือบันทึกหน้าจอไปแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะลบข้อมูลทั้งหมดออกไปได้โดยสิ้นเชิง เธอเน้นย้ำว่าการมีสิทธิลบข้อมูลต้องควบคู่ไปกับมาตรการป้องกัน เช่น การปิดการติดตามตำแหน่งเป็นค่าเริ่มต้นและความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม
แมควีสรุปว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนค่านิยมและแนวคิด ผู้ปกครองควรคิดถึงตัวเด็กก่อนยอดไลก์หรือแชร์ที่ได้จากโพสต์ กฎหมายนี้ทำหน้าที่เป็นเพียง “ไม้ถูพื้น” ให้คนอายุ 18 ปี ตามล้างตามเช็ดความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วจากพ่อแม่ แต่ไม่ได้เน้นเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้เด็กตั้งแต่ต้น แต่หากกฎหมายสามารถบีบให้แพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยตั้งแต่แรกเริ่ม จึงจะถือว่าเป็นการปฏิรูปที่แท้จริง
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



