เมื่อวันที่ 13 มี.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวถึงวิกฤติสงครามและราคาพลังงานของโลก ว่าตนขอแนะนำให้รัฐบาลใช้โอกาสจากวิกฤติสงครามและราคาพลังงานของโลกที่กำลังผันผวนอย่างหนักปฏิรูปโครงสร้างที่สำคัญของประเทศด้านต่างๆ เพื่อรองรับการสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ดังนี้ 1. เร่งปฏิรูปโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ เพราะในวิกฤติสงครามครั้งนี้ ไทยได้รับผลกระทบหนักที่สุดในอาเซียน จากการนำเข้าน้ำมันสุทธิในปริมาณสูงที่สุดในอาเชีย รวมทั้งก๊าซ LNG ที่เอามาผลิตไฟฟ้า จึงควรสนับสนุนการใช้พลังงานจากแสงแดด และลม โดยปลดล็อกให้ประชาชนและเอกชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองและขายคืนเข้าระบบกริดของรัฐได้อย่างเสรี รวมทั้งการสนับสนุนการใช้รถ EV เพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
2.ต้องเร่งปรับระบบโลจิสติกส์ หันมาเน้นทางรางและการขนส่งทางน้ำให้สมบูรณ์ เพื่อลดต้นทุนขนส่งสินค้า โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 3.ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ชี้ว่ารัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ ประกาศจุดยืนผลักดันไทยเป็น “ฟู้ดแบงก์” (Food Bank) หรือคลังอาหารของโลกเพื่อป้อนสินค้าเกษตรและอาหารสู่ตลาดสากล
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างใหญ่ทั้ง 3 ด้านนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยอยู่รอดและเติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน.



