กรณีมีข่าวออกมาว่า “อนุฯ กกต.” ได้วินิจฉัยสำนวนคดีฮั้ว สว. แล้วมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ปล่อยผี (ไม่มีมูลความผิด) ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน ประกอบด้วย สว.ชุดปัจจุบัน-นักการเมืองในพรรคภูมิใจไทยและเครือข่าย แม้ว่าอนุฯ กกต.ส่วนน้อย 2 เสียง จะชี้ว่าในกลุ่ม สว. 138 คน มีมูลกระทำความผิดถึง 134 คน (รอด 4 คน) โดยกระบวนการดังกล่าว อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบความเห็น และลงชื่อเสนอต่อ กกต.ชุดใหญ่ 7 คน เพื่อพิจารณาชี้ขาดต่อไป นั้น
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์รายงานว่า กกต.ชุดใหญ่ 7 คน ที่มีนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นประธาน กกต. ได้นัดประชุมในวันที่ 16 มี.ค. นี้ เพื่อพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. โดยจะชี้ขาดว่าใครมีมูลความผิด หรือไม่มีมูลความผิด ถ้ามีมูลความผิดจะส่งไปดำเนินคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ต่อไป
โดยการประชุมของ กกต.ชุดใหญ่ วันที่ 16 มี.ค. นี้ มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ 1.เลื่อนการพิจารณาชี้ขาดคดีฮั้ว สว. ออกไปก่อน 2.ถ้าไม่เลื่อน มติของ กกต.เสียงข้างมากจะออกมา 5 ต่อ 2 เสียง หรือไม่? 3.ผู้ถูกกล่าวหา 229 คน รอดทั้งหมด และ 3.ดำเนินคดีต่อในชั้นศาลเพียงไม่กี่คน
หลังจากก่อนหน้านี้ มีข้อมูลการสอบสวนในกลุ่มแรก 8 คน (เป็น สว.ชุดปัจจุบัน 2 คน) ที่มีเส้นทางการเงินชัดเจน ระบุว่ามีคนสนิทของ สส. 2 คน เป็นคนจัดการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกว่า 10 ครั้ง ครั้งละหลายหมื่นบาท ไปจนถึงกว่า 3 แสนบาท ให้กับผู้สมัคร สว. และอีกคนทำหน้าที่ขับรถพาผู้สมัคร สว. จากจังหวัดภาคกลาง มาส่งที่โรงแรมใน จ.นครนายก-กรุงเทพฯ พร้อมทั้งรับกลับด้วย
นอกจากนี้พนักงานสอบสวน ได้เรียกสอบเจ้าของโรงแรม-ผู้จัดการฝ่ายบัญชี-พนักงานโรงแรม ทั้งในกรุงเทพฯ และ จ.พระนครศรีอยุธยา รวม 5 แห่ง มาสอบปากคำเพื่อเก็บข้อมูลการประชุม จัดสัมนนา การเข้าพักของผู้สมัคร สว. โดยหนึ่งในนั้นเป็นที่พักกึ่งรีสอร์ทของผู้กว้างขวางใน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มีความใกล้ชิดกับคนดังใน จ.บุรีรัมย์-อุทัยธานี ด้วย



