เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล  นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และโฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวถึง สถานการณ์ของแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า  แรงงานไทยที่แจ้งความประสงค์ผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตไทยเพื่อขอเดินทางกลับประเทศไทย ขณะนี้รวมมีจำนวน 977 คน ซึ่งมีผู้ที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว จำนวน 72 คน และจะมีแรงงานไทยจากประเทศบาห์เรน 9 คน กลับถึงประเทศไทยในวันที่ 15 มี.ค.นี้ รวมถึงจะมีอีก 17 คนจากคูเวต กลับมาถึงไทยในวันที่ 20 มี.ค.นี้ และจะมีแรงงานไทยจากบาห์เรนกลับถึงไทยเพิ่ม 1 คนในวันที่ 24 มี.ค.นี้

นายสันติ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของลูกเรือไทย 23 คน ของเรือ “มยุรี นารี” ที่ถูกโจมตีนั้น กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการประสานความช่วยเหลือ โดยประสานบริษัทเดินเรือเพื่อช่วยเหลือลูกเรือ กระทรวงแรงงานโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ประสานงานกับบริษัท พรีเชียส ฟลาวเวอร์ส จำกัด เจ้าของเรือลำนี้ ซึ่งได้ดูแลลูกเรือไทย 20 คน ที่ภายหลังได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาอย่างปลอดภัยแล้ว โดยบริษัทได้จัดให้ลูกเรือทุกคนพักอาศัยที่โรงแรมในเมืองคาซาบ ประเทศโอมาน โดยให้พักเดี่ยว พร้อมจัดอาหาร ยาเวชภัณฑ์ และเครื่องนุ่งห่มที่มีความจำเป็นอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ลูกเรือทุกคนยังสามารถใช้โทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสารไปยังครอบครัวในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนลูกเรือ 1 รายที่ได้รับบาดเจ็บที่มือ ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่และกลับมาพักที่โรงแรมเป็นแล้ว

รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า  นอกจากนี้ทางบริษัทยังสนับสนุนบริการด้านสุขภาพจิต โดยให้คำปรึกษาผ่านทางออนไลน์กับนักจิตวิทยาและที่ปรึกษาชาวไทยที่มีใบอนุญาตและมีการรับรองตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้บริการแก่ลูกเรือแต่ละรายตามคำร้องขอ ส่วนลูกเรืออีก 3 คนที่ยังติดอยู่ในเรือ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ ซึ่งกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือดังกล่าวต่อไป

นายสันติ กล่าวว่า สำหรับการติดตามสิทธิประโยชน์เรื่องค่าตอบแทนของลูกเรือ บริษัทเจ้าของเรือยืนยันว่าลูกเรือทุกคนจะได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน รวมถึงค่าตอบแทนพิเศษสำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่วันเริ่มงานจนถึงวันที่เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยบริษัทจะดำเนินการโอนค่าจ้างเข้าบัญชีธนาคารของลูกเรือแต่ละรายในสิ้นเดือนของทุกเดือนตามปกติ  ส่วนทรัพย์สินส่วนตัวที่ลูกเรือจำเป็นต้องทิ้งไว้บนเรือ บริษัทฯ จะชดเชยค่าเสียหายเต็มจำนวนให้ลูกเรือแต่ละรายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้บริษัทฯ ยืนยันเจตนารมณ์รักษาการจ้างงานของลูกเรือทุกคน และพร้อมรับลูกเรือกลับมาปฏิบัติงานทันที เมื่อลูกเรือมีความพร้อมและประสงค์กลับมาปฏิบัติงานอีกครั้ง

นายสันติ กล่าวอีกว่า  ส่วนการอำนวยความสะดวกการเดินทางกลับของลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือ กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน อย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเอกสารเพื่อให้ลูกเรือได้รับการช่วยเหลือทั้งหมดได้เดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ลูกเรือทั้ง 20 คน มีเอกสารที่จำเป็นพร้อมต่อการเดินทาง โดยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 16 มี.ค.นี้

นายสันติ กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจและสื่อสารกับครอบครัวญาติพี่น้องของลูกเรือไทยทั้ง 23 คน ให้รับทราบเรื่องความช่วยเหลือ และเรื่องการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกเรือทั้งหมดจะต้องได้รับจากนายจ้างตามกฎหมาย ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้ประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการประสานความช่วยเหลือในสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกเรือทั้ง 23 คนควรจะได้รับต่อไป