เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีพสกนิกรจากหลากหลายพื้นที่และหลายจังหวัด ทยอยเดินทางมาเฝ้ารอส่งพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งมีกำหนดเคลื่อนพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเย็นวันเดียวกัน

ทั้งนี้ มีประชาชนทุกเพศทุกวัย รวมถึงกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยและส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่ในช่วงบ่าย ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมาปักหลักรออยู่บริเวณโดยรอบอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ อย่างต่อเนื่อง หลายคนนำพระรูป ธงชาติ และดอกไม้ มาถือไว้เพื่อร่วมส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอาลัย โดยต่างเฝ้ารอช่วงเวลาที่จะมีการเคลื่อนพระศพออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง

ด้าน ด.ญ.อารีรัตน์ วาจิตดล อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรปราการ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจเดินทางมาส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเห็นพระองค์ทรงงานมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และทรงงานอย่างหนักเพื่อประชาชน โดยสิ่งที่ตนจดจำได้เป็นอย่างดี คือ โครงการเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ที่พระองค์ทรงช่วยเหลือประชาชนในยามเดือดร้อน อีกทั้งยังทรงเป็นไอดอลด้านกีฬาให้กับเยาวชนจำนวนมาก ซึ่งสิ่งที่ตนจะทำเพื่อพระองค์ได้ คือ การตั้งใจเรียนและเป็นคนดี

เช่นเดียวกับ ด.ญ.ขวัญฤทัย บุญเจือ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสายปัญญา กล่าวว่า พระองค์ทรงเป็นต้นแบบด้านกีฬา ที่ทำให้ตนอยากเล่นกีฬาหลายประเภทตามแบบอย่างของพระองค์ และชื่นชมในพระปรีชาสามารถที่ทรงมีความสามารถรอบด้าน

ด้าน น.ส.พัชรา ธรรมพร อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กล่าวว่า พระองค์ทรงเป็นไอดอลและเป็นแรงบันดาลใจในด้านกฎหมายและการทหาร ที่ทรงอุทิศพระองค์ช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะการที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งอัยการ ทำให้ตนเกิดแรงบันดาลใจอยากศึกษาต่อด้านนิติศาสตร์ และตั้งเป้าหมายที่จะเป็นทนายความ รวมถึงพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าในสายอาชีพให้ได้มากที่สุด

น.ส.พัชรา กล่าวว่า ทุกครั้งที่รู้สึกท้อแท้ ตนจะนำพระรูปของพระองค์มาดูเพื่อเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจในการต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อเดินตามรอยพระองค์ท่าน

“พอทราบข่าวหนูก็พูดไม่ออก รู้สึกเจ็บในอก ร้องไห้ออกมา จึงอยากมาส่งพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย แม้จะไม่มีโอกาสได้ไปรับเสด็จเลยสักครั้ง ก็อยากมาส่งพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย” น.ส.พัชรา กล่าว.