กรณีกลุ่มคนร้ายอุ้มฆ่านายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ “ท๊อป” อายุ 46 ปี ผู้จัดการบริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ จากบริเวณลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. พบภาพวงจรปิด มีการจัดฉากอุ้มนายรุทธ์ ออกไปจากบ่อตกกุ้ง มุ่งหน้า จ.สมุทรปราการ กระทั่งเมื่อวันที่ 3 มี.ค. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามไปจนพบศพนายรุทธ์ สภาพถูกเผานั่งยางเหลือแต่โครงกระดูก อยู่ภายในห้องน้ำ บ้านร้างไร่ไบคาน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี โดยตำรวจสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 10 ราย มีนายสรวีย์ หรือตั้น รัฐพิทักษ์ถิรดา อายุ 46 ปี ผู้บงการว่าจ้างกลุ่มคนร้ายอีก 8 คน ทั้งหมดถูกจับกุม เหลือเพียง ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ หรืออาร์ต เงินศรีชัย อายุ 48 ปี หัวหน้าทีมอุ้มที่หลบหนี และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สปป.ลาว จับกุมตัวได้เมื่อวานนี้ 13 มี.ค. ตามที่เสนอข่าวให้ทราบนั้น

คุมตัว ‘อาร์ต’ แก๊งอุ้มฆ่า ผจก. เผาศพบ้านร้าง กลับจากลาว เตรียมสอบขยายผลเครือข่าย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มี.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พลัลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลือวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. และ กก.สส.บกน.2 ร่วมกันควบคุมตัว ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ หรือ อาร์ต เงินศรีชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทําความผิดและร่วมกันกระทําความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฯลฯ, หลังหลบหนีข้ามชายแดนไปกบดานที่ประเทศลาว และถูกตำรวจ สปป.ลาว จับกุมก่อนประสานมายังตำรวจไทย เพื่อส่งตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนควบคุมตัว นายอาร์ต ลงจากรถตู้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอาร์ต ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า อยากจะขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ แต่นายอาร์ตไม่ตอบใดๆ และเมื่อถามว่า เป็นคนรัดคอผู้ตายจนเสียชีวิตหรือไม่ นายอาร์ตก็ไม่ตอบ และเมื่อถามว่า เป็นคนเผาและผู้ตายร้องขอชีวิตกับตัวเองหรือไม่ นายอาร์ตก็ไม่ตอบ และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า มีผู้ร่วมขบวนการคนอื่นหรือเปล่า นายอาร์ตไม่ยอมตอบคำถาม

จนกระทั่งเมื่อเข้าไปพูดคุยกับ พล.ต.ท.สยาม นายอาร์ต ก็นอนฟุบลงบนโต๊ะ และร่ำไห้ออกมาพร้อมบอกว่า “ผมเสียใจ ผมถูกหลอกใช้” เมื่อถามว่าใครหลอกใช้ นายอาร์ต บอกว่า “ถูกสรวีย์หลอกใช้ และพูดว่า ชีวิตกำลังจะไปได้ดีอยู่แล้ว เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้” ก่อนจะส่งเสียงร้องไห้สะอื้นออกมาเสียงดัง

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ สน.สุทธิสาร ภายหลัง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนร่วมกันสอบปากคำ ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ หรืออาร์ต ผู้ต้องหา กว่า 2 ชั่วโมง โดย พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร ได้นำตัวนายอาร์ต เพื่อไปทำแผนชี้จุดบริเวณบ้านเช่าที่เกิดเหตุในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการซักถามปากคำ นายอาร์ตให้การเป็นประโยชน์พอสมควร แต่ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนมีพยานหลักฐานข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์มากพอที่จะยืนยันการกระทำความผิดดำเนินคดีได้ทั้ง 10 คนที่ถูกออกหมายจับ ส่วนที่นายอาร์ต ร้องไห้ โดยอ้างว่าถูกสรวีย์ให้ใช้ไปกระทำความผิด โดยที่ไม่บอกว่าให้ไปทำอะไรบ้าง รู้สึกเสียใจที่กระทำลงไป ทั้งหน้าที่การงานและครอบครัวกำลังจะดีแต่มาเกิดเรื่องขึ้น ชีวิตและอนาคตเขาได้พังลง

เมื่อถามว่าสาเหตุครั้งนี้เกิดจากปัญหาเรื่องชู้สาวอย่างเดียวหรือมีเรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ผบช.น. ระบุอีกว่า ยังเป็นปัญหาเดิม เรื่องชู้สาว

ผบช.น. ระบุอีกว่า สำหรับตัวนายสรวีย์ หรือผู้บงการ รู้เรื่องทั้งหมดทุกขั้นตอนตั้งแต่สั่งให้อุ้ม โดยนายอาร์ต จะคอยรายงานพูดคุยตั้งแต่ต้นจนจบ จนกระทั่งนำร่างผู้เสียชีวิตไปฝังอำพราง จ.ลพบุรี รวมถึงการหลบหนี นายสรวีย์ก็เป็นคนจัดการให้นายอาร์ตทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่มีหลักฐานทั้งหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มีการออกหมายจับเพิ่มอีก 4 ราย ทำหน้าที่ในการช่วยนำศพไปฝังอำพราง โดยนายอาร์ต อ้างว่าต้องการคนช่วยมานำศพผู้เสียชีวิตไป ก่อนที่นายสรวีย์จะส่งคนมาร่วมกับนายอาร์ต เพื่อเอาร่างไปทำลายซ่อนเร้นที่ จ.ลพบุรี ส่วนวิธีทำให้ตาย นายอาร์ต ยังปฏิเสธว่าไม่รู้ เมื่อมาถึงก็พบผู้ตายเสียชีวิตแล้ว และผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้ ก็อ้างว่านายอาร์ต เป็นคนลงมือทำร้ายผู้ตาย ก็ถือเป็นคำปฏิเสธของผู้ต้องหา ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือทั้ง 4 คน เจ้าหน้าที่รู้ตัวทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ก็ขอให้เข้ามามอบตัว ทั้งนี้ ผบช.น. ยืนยันว่า ถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหาจะให้การยังไง แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานต่างๆ รวมทั้งข้อมูลทั้งหมด