สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ ว่าข้อกล่าวหาเรื่องการที่อิหร่านส่งอาวุธให้แก่รัสเซีย เพื่อใช้สู้รบในสมรภูมิยูเครนนั้น “ไม่มีมูลความจริง” และเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อของตะวันตก
แถลงการณ์ระบุด้วยว่า “ความอดทนทางยุทธศาสตร์ของอิหร่านมีขีดจำกัด” และการที่ยูเครนพยายามดึงอิหร่านเข้าสู่ความขัดแย้งผ่านวาทกรรมเรื่องโดรน จะนำไปสู่ “การเผชิญหน้าที่ไม่พึงประสงค์”
On Saturday, Iranian lawmaker Ibrahim Azizi said Ukraine now "has turned its entire territory into a legitimate target for Iran", citing Article 51 of the United Nations Charter, specifying the right to self-defencehttps://t.co/pXyqlL6UFY
— The New Arab (@The_NewArab) March 15, 2026
ขณะเดียวกัน นายอิบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลเคียฟอาจเป็น “เป้าหมายโดยชอบธรรม” ของอิหร่าน จากการเสนอมอบความสนับสนุนเกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรนให้แก่อิสราเอล เนื่องจากอิหร่านสามารถใช้สิทธิป้องกันตนเอง ตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เรียกร้องให้ทั่วโลกร่วมกันคว่ำบาตรอิหร่านขั้นเด็ดขาด พร้อมทั้งเผยแพร่ภาพซากโดรนพิฆาต “ชาเฮด-136” ของอิหร่าน ซึ่งตกลงในพื้นที่เขตเมือง
อนึ่ง ยูเครนลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ตั้งแต่ปี 2565 เนื่องจากความตึงเครียดในการทำสงครามกับรัสเซีย ซึ่งรัฐบาลเคียฟเชื่อมั่นว่า รัฐบาลเตหะรานมอบความสนับสนุนด้านโดรนให้แก่รัสเซีย ต่อมา ยูเครนผ่านกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่านอย่างรุนแรงเป็นเวลา 50 ปี ซึ่งรวมถึงการห้ามการค้าและการลงทุนทั้งหมดด้วย.
เครดิตภาพ : AFP


