ร้อนแรงหนักมากทีเดียวสำหรับเรื่องราวของ ร็อคกี้-สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ นักร้องและนักแสดงชื่อดัง อายุ 43 ปี ได้ควงแขน คุณแม่เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ พร้อมด้วยน้องสาวทั้งครอบครัวออกมาเปิดใจถึงกรณีประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่หลายคนจับตามอง สำหรับกรณีของนักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่ “สุรชัย สมบัติเจริญ” ที่จู่ๆ ออกมาเปิดตัวภรรยาสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่สหรัฐอเมริกา โดยระบุว่าปิดบังความลับนี้มานานกว่า 40 ปี ซึ่งการประกาศดังกล่าว ได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักในโลกโซเชียล โดยเฉพาะคำถามที่พุ่งเป้าไปยังครอบครัวที่ประเทศไทยอย่าง “เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์” ภรรยา และลูกๆ ทั้ง 4 คน ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา สถานะที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ ก่อนที่ครอบครัวจะออกมาฟาดกันไปมาจนเป็นดราม่าที่คนทั้งประเทศสนใจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

โดยหลังจบจากการอัดรายการคุยแซ่บ SHOW ทั้งครอบครัวของร็อคกี้ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องราวดังกล่าวแบบหมดเปลือก ซึ่งสาว ดิ๊งค์ กมลชนก ดาราสาวลูกของสุรชัย เล่าทั้งน้ำตาอย่างปวดร้าวว่า

ดิ๊งค์ เผยว่า “หนูก็เสียใจค่ะ ถามว่าเราเห็นข่าว 40 กว่าปีหรืออะไรก็ตามแต่ ปีนี้หนูอายุ 32 ปีค่ะ มันเลยมีคำถามจากหนูว่าแล้วหนูเป็นใคร มันก็เสียใจค่ะ (เสียงสั่น) เพราะนักข่าวทุกคนก็คงเจอหนูตลอด 10 ปีที่ผ่านมา หนูอยู่กับพ่อทุกๆ อีเวนต์เลย ออกทุกคอนเสิร์ต เรามีการใช้ชีวิตครอบครัวมากันเป็นปกติมาโดยต่อเนื่อง สำหรับหนูก็เสียใจ เพราะหนูเพิ่งทราบทั้งหมดวันนี้ในวัย 32 ปีของหนู และเพิ่งรู้ว่าแม่เองก็อดทนและปกป้องหนูและพี่ๆ มากแค่ไหน ถึงได้เลี้ยงเราให้เติบโตมาแบบหัวใจเต็มดวงได้แบบนี้ ครอบครัวเราอบอุ่นมาก พ่อไปกับหนูทุกอย่าง เราไปกินข้าว ดูหนังกันทุกวีก ทุกๆ ช่วงของพ่อหนูก็พาพ่อไป เราไปกันตลอด คือหนูมีคำถามกับตัวเองแล้วในวันนี้เสียใจมาก หนูรักพ่อ หนูไม่เคยมองพ่อไม่ดีสักครั้งและด้วยความที่แม่ก็ดูแลหนู เราไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย ว่าพ่อจริงๆ เหรอ มันใช่ไหม แต่โอเควันนี้อาจจะมีคลิปเขาหรืออะไรต่างๆ มันก็มาตอบคำถามหนูว่า ก็พ่อไง แต่วันนี้คำพูดทุกคำพูดของพ่อมันกลับมาทำร้ายพวกเราทำไม หนูใช้ชีวิตของหนู เราใช้ชีวิตเดินต่อ หรือตอนที่พ่อผลักหนูที่ศาลมัน 2 ปีกว่าแล้ว พวกเราก็ใช้ชีวิตกันต่อ เราก็คิดแค่ว่าวันนี้พ่ออยากมีความสุขก็ขอให้พ่อมีความสุข เราก็อยู่ดูแลกันแบบนี้ไง”

“วันแรกที่รู้เรื่องนี้เป็นวันสองวันก่อนไปศาล ซึ่งวันนั้นสิ่งแรกที่หนูทำ หนูเดินเข้าไปหาพ่อ ไปกอดเขา เพราะเรายังเชื่อมั่นในความเป็นพ่อกับลูกที่เรามีด้วยกัน แม้พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ความเป็นพ่อกับหนูมันมีเสมอ หนูยังเป็นลูกของพ่อเสมอ เขาผลักหนู หนูยังตกใจเพราะมันยังงงอยู่เลย หนูไปกอดเขาอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้เขาแรงขึ้นพร้อมคำด่า แล้วเขาก็บอกว่าเดี๋ยวไปสู้กันในศาล จนหนูล้มลง พี่ๆ ตำรวจศาลก็เข้ามาช่วยหนู วันนั้นเป็นมรสุมหนักมากของหนู คือ หนูยืนหน้าบัลลังก์ ศาลยังบอกว่าสุรชัยไม่สงสารลูกเหรอ ดูลูกสิ (น้ำตาคลอ) หนูอยู่ในศาล หนูก็ร้องไห้ลงไปกองกับพื้น ศาลถามว่าหนูอยากกอดพ่อไหม  หนูบอกว่าหนูอยาก (ร้องไห้)

สำหรับหนู ก็ยังรักพ่อ หนูยังเป็นลูกพ่อเสมอ แม้วันนี้พ่อไม่ปกป้องหนู ไม่อยากมีหนูในชีวิตแล้ว ก็ขอแค่พ่ออย่าทำร้ายจิตใจหนูและพี่ๆหรือแม่อีกเลย สำหรับหนูไม่ไหวแล้ว มันเกินจะรับไหวแล้วค่ะ (ร้องไห้หนักมาก)”

ขอขอบคุณภาพประกอบจากรายการคุยแซ่บ SHOW