จากการแถลงข่าวล่าสุดของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ล่าสุด (15 มี.ค.) ร่วมกันทุกฝ่ายยืนยันตรงกันว่า ระบบพลังงานไทยยังมีเสถียรภาพ และมีมาตรการรองรับในหลายด้าน เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจมั่นใจว่าสามารถใช้พลังงานได้ตามปกติ

แนวทางรับมือของรัฐบาลเพื่อป้องกันน้ำมันขาดแคลน

1. สำรองน้ำมันในประเทศเพียงพอใช้อย่างน้อย 96 วัน

รัฐบาลยืนยันว่าประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ

จากการตรวจสอบของกรมธุรกิจพลังงาน พบว่า

 • น้ำมันสำรองเพื่อการค้า ประมาณ 1,400 ล้านลิตร

 • น้ำมันสำรองตามกฎหมาย ประมาณ 3,400 ล้านลิตร

รวมกันสามารถใช้ได้ประมาณ 39 วัน

นอกจากนี้ยังมี

 • น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งเข้าสู่ประเทศ 27 วัน

 • น้ำมันที่มีสัญญาจัดหาแล้ว 30 วัน

เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองขั้นต่ำ ประมาณ 96 วัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประเทศ

2. โรงกลั่นในประเทศยังผลิตได้เต็มกำลัง

โรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทยยังสามารถดำเนินการผลิตได้ตามปกติ โดยกำลังการกลั่นรวมของประเทศคิดเป็นมากกว่า 60% ของระบบพลังงาน และยังมีน้ำมันดิบเพียงพอสำหรับการนำมากลั่นเป็นน้ำมันเบนซินและดีเซลเพื่อกระจายไปยังสถานีบริการทั่วประเทศ

3. กระจายแหล่งจัดหาน้ำมันจากหลายภูมิภาคของโลก

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รัฐบาลและบริษัทพลังงานของไทยได้เตรียมแผนจัดหาน้ำมันจากหลายแหล่ง

หากเกิดข้อจำกัดด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก็ยังสามารถจัดหาน้ำมันจากพื้นที่อื่นได้ เช่น

 • สหรัฐอเมริกา

 • แอฟริกาตะวันตก

 • ลาตินอเมริกา

การกระจายแหล่งนำเข้าดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยง และทำให้การจัดหาน้ำมันของประเทศยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

4. เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันทั่วประเทศ

ช่วงที่ผ่านมาเกิดภาพบางสถานีบริการมีน้ำมันหมดเร็วกว่าปกติ

สาเหตุสำคัญไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนน้ำมัน แต่เกิดจากความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังประชาชนเร่งเติมน้ำมันสำรอง

รัฐบาลจึงสั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 • เพิ่มความรวดเร็วในการขนส่งน้ำมัน

 • กระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

 • ประสานงานกับผู้ค้าน้ำมันทุกค่ายเพื่อให้ระบบกระจายสินค้าเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. สถานีบริการทั่วประเทศเปิดให้บริการตามปกติ

ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันยืนยันว่า

 • น้ำมันยังมีจำหน่ายตามปกติ

 • มีการขนส่งน้ำมันเข้าสู่คลังและสถานีบริการอย่างต่อเนื่อง

 • สถานีบริการและคลังน้ำมันยังเปิดให้บริการ ตลอด 7 วัน

แม้บางช่วงบางสถานีอาจมีน้ำมันหมดชั่วคราว เนื่องจากมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก แต่ระบบโดยรวมยังสามารถบริหารจัดการได้

6. ตรวจสอบสต๊อกน้ำมันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกน้ำมัน

มีการตรวจสอบ

 • 53 ครั้ง

 • รวม 589 ถังเก็บน้ำมัน

ผลการตรวจสอบยืนยันว่า ปริมาณน้ำมันในระบบยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัย

7. แก้ปัญหาความต้องการผิดปกติจากรถขนส่ง

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้บางพื้นที่น้ำมันหมดเร็ว เกิดจากพฤติกรรมการเติมน้ำมันของรถบรรทุกขนาดใหญ่ โดยปกติรถบรรทุกขนาดใหญ่จะซื้อน้ำมันจากระบบขายส่งหรือคลังน้ำมันโดยตรง แต่เนื่องจากราคาขายปลีกที่ปั๊มบางแห่งต่ำกว่า ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งบางส่วนหันมาเติมน้ำมันที่สถานีบริการ ส่งผลให้เกิดคิวเติมยาวและน้ำมันหมดเร็วกว่าปกติ