เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวอินทิรา โมราเลส หรือที่รู้จักกันในชื่อ มีนตรา อินทิรา นักร้องชื่อดังอายุ 29 ปี ได้ออกมาแถลงข่าวพร้อม ทนายเจมส์ ถึงเรื่องที่ตนเองถูกอดีตผู้จัดการโกงเงินร่วม 4 ล้าน 5 แสนบาทโดยประมาณ โดยมีการเปิดใจว่า

มีนตรา เผยว่า “พอดีมีการเปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ บอกไปแล้วนะคะทางช่องทางส่วนตัวและค่ายค่ะ ส่วนผู้จัดการคนเก่าจริงๆเรารู้จักเขามาเป็น 10 ปีแล้ว รักกันมาเป็นพี่สาวน้องสาว พูดตรงๆ ว่าไว้เนื้อเชื่อใจกัน ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเริ่มรู้สึกว่าแบบไหน แต่ทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้รู้ว่ามันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็มีการถามไถ่กันว่าในส่วนนี้เป็นอย่างไร ยังไง ก็รอให้เขาตอบและหวังใจว่าจะเคลียร์แล้วจบกันเองได้ ไม่อยากให้มีปัญหา เราชอบอยู่เงียบๆ แต่เป็นแบบนี้ เราก็ให้โอกาสมากางกันดูว่าส่วนนี้ไปไหน ส่วนไหนยังไง มันก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน ท้ายที่สุดยังมาบล็อกอีก ติดต่อไม่ได้ค่ะ ก็เลยชัวร์ว่าแสดงว่าเขาตั้งใจแล้วหรือเปล่า ก็เสียใจแหละ เพราะว่าเดิมทีมีนเป็นคนที่ไม่ค่อยได้สนิทกับใคร นานๆ ทีจะมีใครสักคนผ่านเข้ามาในกำแพง พอผ่านมาแล้วเราจะรักและไม่คิดร้าย ไม่คิดอะไรเยอะ แต่คนที่เราไว้ใจกลับมาออกเป็นแบบนี้ ถ้าตีเป็นมูลค่าความเสียหายเท่าที่ทราบ และที่เจ้าภาพให้ความร่วมมือกับเราอยู่ที่ 4 ล้าน 5 แสนโดยประมาณนะคะ อื่นๆ ที่เรายังไม่ทราบอีก จริงๆ แล้วที่ตั้งใจมาวันนี้เรื่องนี้สำคัญมากๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ออกมาเพราะเรื่องราวไม่ชัดเจน วันนี้ชัดเจนแล้ว เริ่มมีการเคลื่อนไหวจากทางเขา ที่ทักหาเจ้าภาพ ขอให้เซ็นสัญญาใหม่ ซึ่งเราไม่รู้เรื่องเลย เขาก็มาเช็กอีกทีหนึ่ง ขอบคุณเจ้าภาพมากๆ ที่มาอัปเดตกับผู้จัดการใหม่ แบบนี้ต้องเซ็นไหมยังไง เราก็เลยอ๋อมันเกิดแบบนี้อยู่ ยังไม่หยุด”

“มีคนพยายามเข้าช่องทางของเราทุกช่องทางเลย ก็มีแจ้งเตือนเข้ามา เราก็ดูได้ว่าใครล็อกอินบ้าง ตอนนี้ตกใจมากๆ เลยมาปรึกษาพี่เจมส์ค่ะ มีนตกใจมากจริงๆ นะ มีนเปลี่ยนทีละอันเลย ตรงไหนที่เขาเข้ามาได้เพราะอะไร ดูเลย ท้ายที่สุดก็เปลี่ยนแล้วค่ะ ทุกช่องทาง เรายังอัปเดตเรื่อยๆ ถามว่าประนีประนอมได้ไหม ก็ตามสมควร ต้องปรึกษาพี่เจมส์อยู่เรื่อยๆ คิดว่าน่าจะจบแค่สองเรื่อง ทั้งลายเซ็นและเงิน แต่อาจจะต้องดู ไม่สามารถตอบตอนนี้ได้เลยไปกันถึงไหน แต่ที่รู้สึกว่าโดนคุกคามทางโซเชียล รู้สึกไม่ปลอดภัยค่ะ สุดท้ายตอนนี้รับหมดนะคะงานอะไรก็ตาม คลื่นใหญ่ซัดมาในชีวิต พร้อมรับงานเลย ถามว่าให้บทเรียนเรื่องความไว้ใจไม่ว่าจะรักขนาดไหน ท้ายที่สุดเราเองต้องรู้จักระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ หนูพยายามติดต่อนานแล้ว แต่โดนบล็อกไปแล้ว เอาจริงๆ ช่วงแรกๆ ที่เกิดเรื่อง หนูไม่มีความสุขในการไปโชว์ กังวลเลยว่าเขาจะแอบมาไหม หนูก็เป็นกังวลไปเลย ตอนแรกที่ไปโชว์บนเวที มีนไม่เคยเจอเลย ทำให้เราคิดได้อีกเยอะเลยกลัวค่ะ”

ทนายเจมส์ เผยว่า “เรื่องผู้จัดการเก่าน้องคือเราเจอหลักฐานบางอย่าง เราไม่สามารถไปตัดสินเขาได้ว่าเขาผิดหรือเขาถูก แต่หลักฐานทั้งหมดที่เรามีอยู่ในมือ เราสามารถไปกล่าวหาเขาได้ในเบื้องต้น ที่เราดำเนินการไปแล้วคือการปลอมลายมือ และการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น มีการบอกลูกค้าเอาเงินใส่บัญชีส่วนตัว และไม่ได้เอาเข้าบริษัท แล้วอันสุดท้ายเลยคือทางน้องมีนมอบหมายให้เอาเงินไปจ่ายแกรมมี่แต่เขาไม่ได้ไป ซึ่งสามอย่างนี้น้องมีนพยายามขอให้ชี้แจง แต่ก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอดและสุดท้ายก็บล็อกน้องแล้ว เขาเลยมั่นใจชัวร์แล้วเลยจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่น้องรู้ตัวมาตั้งแต่มกราคมแล้ว แต่ก่อนหน้านี้น้องและเขายังมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเลยไม่อยากทำร้ายให้ไม่มีที่ยืน น้องมีนเลยเก็บเงียบมาตลอด และที่น้องมีนออกมาเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง และปกป้องสิทธิของคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องนี้ ไม่มีเจตนาทำร้ายใคร ประจานใครไม่มี ตอนนี้ก็ส่งหมายอย่างเดียว ถ้าไม่มาก็ออกหมายจับแค่นั้นเอง และที่น้องมีนเขากังวลคือมีคนพยายามเข้าสู่แอปพลิเคชันเขาทุกช่องทางเลย ไม่รู้ใครนะ”

“ตอนนี้ผิดกฎหมายที่พยายามเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือเคยได้รับอนุญาตนะ แต่ครั้งเดียว ครั้งอื่นไม่อนุญาต ก็เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ ยังไม่ขีดเส้นตาย คือเราดำเนินการตามขั้นตอนไปแล้ว ไม่อยากแฉใครเพราะเขาเองก็ต้องพยายามหาเงินมาคืนน้อง แต่จะเป็นคดีแพ่งหรืออาญาไม่รู้ แต่ยังไงต้องหาเงินมาคืน ส่วนแรกเรื่องปลอมลายมือชื่อ เพราะมันชัดมากๆ เราดำเนินคดีไปแล้ว อันต่อมาผมรวบรวมตัวเลขอยู่เยอะมากๆ เข้าทั้งบัญชีบริษัทแล้วใช้ผิดวัตถุประสงค์ ถ้าสรุปเสร็จแล้วก็ดำเนินคดีอีกอัน และตอนนี้เพิ่งทราบว่ามีคนพยายามแฮกโซเชียลน้องมีนมาอีกก็ต้องไปเช็กว่าใครพยายามเข้ามาในเครื่องเรา ท้ายที่สุดอยู่เมืองไทยหรือเมืองนอก ถ้าในเมืองไทยใครใช้คุณทำ ถามว่าจะยอมความไหม ต้องดูก่อนว่าจิตสำนึกมีมากน้อยขนาดไหน การเยียวยามีมากน้อยขนาดไหน แต่สุดท้ายแล้วก็อยู่ที่น้องมีน ตามธรรมชาตินะปกติเจ้าหนี้ไม่อยากให้ลูกหนี้ติดคุก แต่ถ้าเขาพยายามขวนขวายนะก็ว่ากัน แต่ตอนนี้ก็ดำเนินคดีถึงที่สุดก่อน  เรื่องขอมาคุยด้วย ในความพยายามของบางคน ยังพยายามกระจายข่าวไปห้ามคนนั้นคนนี้ ภาษามันเรียกว่าสู้มือ ผมชอบนะ มันสนุกดี ถ้าอยากสู้มือกันก็โอเค แต่พฤติกรรมแบบนี้ไม่สำนึก คุณยังไม่รู้เลยว่าอะไรผิดอะไรถูก (ยิ้ม)”