ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้โครงสร้างอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยใหม่ พบว่า กลุ่มน้ำมันดีเซลได้รับการอุดหนุนสูงสุด โดยกองทุนฯ ได้เข้าอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลแล้ว  18.31 บาทต่อลิตร เพื่อตรึงราคาไม่เกินลิตรละ 30 บาท ถ้าไม่มีการตรึงราคา ราคาจริงจะอยู่ที่ลิตรละ 48.25 บาทแล้ว ขณะที่ดีเซลหมุนเร็วพรีเมียมต้องส่งเงินเข้ากองทุน 1.50 บาทต่อลิตร

ส่วนของกลุ่มแก๊สโซฮอล์ E20 กองทุนอุดหนุน 9.85 บาทต่อลิตร  ถ้าไม่มีการอุดหนุนจากกองทุนฯ ราคาจริงจะอยู่ที่ลิตรละ 37.69 บาทแล้ว

แก๊สโซฮอล์ 95 กองทุนอุดหนุน 8.37 บาทต่อลิตร ถ้าไม่มีการอุดหนุนจากกองทุนฯ ราคาจริงจะอยู่ที่ลิตรละ 39.42 บาทแล้ว

แก๊สโซฮอล์ 91 กองทุนอุดหนุน 8.37 บาทต่อลิตร ถ้าไม่มีการอุดหนุนจากกองทุนฯ ราคาจริงจะอยู่ที่ลิตรละ 39.05 บาทแล้ว

แก๊สโซฮอล์ E85 กองทุนอุดหนุน 2.28  บาทต่อลิตร ถ้าไม่มีการอุดหนุนจากกองทุนฯ ราคาจริงจะอยู่ที่ลิตรละ 28.07 บาทแล้ว

ขณะที่ กลุ่มน้ำมันเบนซิน กำหนดให้ส่งเงินเข้ากองทุน 0.10 บาทต่อลิตร เช่นเดียวกับน้ำมันก๊าด ส่วนดีเซลหมุนช้าส่งเงินเข้ากองทุน 1.20 บาทต่อลิตร และน้ำมันเตาส่งเงินเข้ากองทุน 0.06 บาทต่อลิตร

ส่วนสถานะกองทุนน้ำมัน ณ วันที่ 15 มี.ค. 2569 พบว่า บัญชีกองทุนน้ำมันติดลบ 12,605 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวก 25,016 ล้านบาท ขณะที่บัญชี LPG ติดลบ 37,621 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามราคาหลังจากหมดมาตรการการตรึงราคา คาดว่า จะมีการประกาศในวันที่ 17 มี.ค. นี้ เพื่อให้มีผลเช้าวันที่ 18 มี.ค. เบื้องต้น ต้องรอกระทรวงพลังงาน ตัดสินใจอีกครั้งระหว่างขึ้นเป็นขั้นบันไดลิตรละ 50 สตางค์ หรือลิตรละ 1 บาท