เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย รอง ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา รอง ผบก. หัวหน้าสถานีตำรวจ และ นายเดชาธร เชาว์เลขา รอง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดีอาชญากรรมสำคัญในพื้นที่ ตามแผนยุทธการ “ปิดเมืองกรุงเก่าสยบไพรี”

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับหลายจังหวัด มีความเชื่อมโยงทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ก่อนที่เข้ากรุงเทพมหานคร เป็นเมืองการท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม มีประชากรแฝง จึงได้มีการมอบนโยบายให้มีการกวดขันจับกุมอาชญากรรมทุกรูปแบบ จึงได้มีการเปิดยุทธการ “ปิดเมืองกรุงเก่าสยบไพรี” ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานต่างๆ

ผลการปฏิบัติ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรสระบุรี ชุดสืบสวนพระนครศรีอยุธยา ชุดปราบปรามยาเสพติดภาค 1 ทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายวุฒิชัย หรือ ท็อป อายุ 35 ปี และ นายธนพัฒน์ หรือ อั้ม อายุ 34 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนประมาณ 5,500,000 เม็ด รถยนต์กระบะตู้ทึบ ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด และรถยนต์เก๋ง ที่ใช้สำรวจเส้นทาง โดยสามารถจับกุมได้บริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบจำนวน 13 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ท้ายรถกระบะ หากยาเสพติดทั้งหมดถูกนำออกจำหน่ายจะมีมูลค่ากว่า 165 ล้านบาท

กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดปรับเปลี่ยนวิธีการในการขนยาเสพติดมาโดยตลอด ทุกครั้งที่มีการจับกุมรายเล็กรายย่อย จะสืบสวนขยายผลไปถึงแหล่งที่มาและเครือข่าย รายที่มีการจับกุม พบว่ามีการเข้ามาเช่าบ้าน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ มีการนำยาบ้าจำนวนมากมารอเพื่อส่งต่อให้ลูกค้า จำนวน 2-3 ครั้งแล้ว จนมาถูกจับกุม จึงอยากฝากถึงพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันสอดส่องดูแล การเข้ามาเช่าบ้านพัก หอพัก โกดังต่างๆ ว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไม่ หรือควรมีการตรวจสอบผู้มาขอเช่าให้ดี เพราะกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจะใช้วิธีการเช่าบ้าน เช่าหอพัก หรือโกดังเพื่อเก็บพักยาเสพติด

นอกจากนี้ยังมีการแถลงผลการจับกุมยาเสพติดของ สภ.นครหลวง ยาบ้าจำนวน 36,516 เม็ด ได้ในบ้านพัก หลังจากสืบทราบมาว่ามีการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ ต.ปากจั่น อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย ชื่อ นายธนากร หรือต้า อายุ 24 ปี สภ.บางปะหันและสภ.อุทัย จับกุมผู้ต้อหา คดีทำร้ายร่างกายคดีฆ่ากันตาย สภ.พระนครศรีอยุธยา จับกุมกลุ่มเด็กแว้น และการกระทำความผิดแข่งขันรถในทาง ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ พร้อมกับการทำลายท่อรถจักรยานยนต์ ที่ส่งเสียงดังไม่ได้มาตรฐาน สภ.พระอินทร์ราชา และสภ.บางปะหัน จับแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ไปส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน

กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนไทยหาคนเปิดบัญชีม้า ที่มีเครือข่ายโยงไปถึงกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า คดีที่สามารถจับกุมได้ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า หากพบเห็นบุคคลหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ทันที เพราะความร่วมมือของประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันเหตุอาชญากรรม โดยเฉพาะเจ้าของบ้านเช่าที่ให้ผู้เช่าต้องตรวจสอบรายละเอียดเนื่องจากช่วงนี้หลายพื้นที่มีการจับกุมแหล่งพักยาเสพติดรายสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่เสี่ยง ทั้งในชุมชน หอพัก แหล่งแรงงาน และพื้นที่สาธารณะ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ยืนยันว่า ตำรวจภูธรภาค 1 จะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างจริงจัง พร้อมขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกคดี เพื่อให้พื้นที่มีความสงบเรียบร้อย และสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป.