แม้ว่าในปี 2568 ตลาดรับสร้างบ้านจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่แลนดี้ โฮม ยังคงสามารถรักษาระดับยอดขายได้กว่า 2,000 ล้านบาท และในปี 2569 ได้ตั้งเป้ายอดขายแตะระดับ 2,500 ล้านบาท หรือคาดการณ์เติบโตราว 25% จากปีก่อนหน้า โดยบริษัทเริ่มเห็นสัญญาณบวกตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยเพียงเดือนมกราคมสามารถทำยอดขายได้กว่า 200 ล้านบาท
น.ส.พรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดขายช่วงต้นปี คือ CAP+ “แคปพลัส” (Clean Air Positive Pressure) ระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ ที่มาพร้อมกับบ้านที่สร้างจากแลนดี้ โฮม เพิ่มการไหลเวียนอากาศภายในบ้าน พร้อมสร้างแรงดันอากาศบวก ป้องกันฝุ่น PM2.5 ไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้านได้ตั้งแต่แรกซึ่งทำให้บ้านของแลนดี้ โฮม เป็นที่ต้องการของลูกค้าในช่วงต้นปี ที่ฝุ่น PM2.5 หนาแน่น

นวัตกรรม CAP+ จึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจ โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพการอยู่อาศัย และสะท้อนอย่างชัดเจนว่า “ยุคบ้านธรรมดาจบแล้ว!” เพราะบ้านยุคใหม่ไม่ได้ถูกตัดสินใจเลือกเพียงจากดีไซน์หรือราคา แต่ต้องตอบโจทย์สุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตในทุกมิติ โดยครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ระบบอากาศที่ส่งเสริมสุขภาพ การคำนึงถึงความปลอดภัย ไปจนถึงเทคโนโลยีเพื่ออนาคต
ทั้งนี้ แลนดี้ โฮม เตรียมเพิ่มงบลงทุนด้านเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนา (R&D)ในปี 2569 กว่า 20 ล้านบาท เพื่อเร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ Innovation Leader และขยายฐานลูกค้าในกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ กลุ่มแพทย์ และครอบครัวที่มีเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพเติบโตสูงในระยะต่อไป จากทิศทางดังกล่าวในปี 2569 แลนดี้ โฮม จึงประกาศกลยุทธ์ “Landy Innovation Leader” เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการอยู่อาศัยอย่างครบวงจร เพื่อเป็นผู้นำนวัตกรรมการสร้างบ้านแห่งอนาคต และเพื่อยกระดับบ้านให้พร้อมในทุกมิติของการอยู่อาศัย โดยครอบคลุมตั้งแต่ฟังก์ชัน ความสวยงาม ระบบความปลอดภัย เทคโนโลยีอัจฉริยะ ไปจนถึงบรรยากาศภายในบ้านที่คิดครบตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่

สำหรับการประกาศทิศทางยุทธศาสตร์ Landy Innovation Leader ไม่ได้เป็นเพียงการปรับกลยุทธ์ของ แลนดี้ โฮม แต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านไทยในภาพรวม จากเดิมที่การแข่งขันมักโฟกัสอยู่ที่ราคาและโปรโมชั่นระยะสั้น ซึ่งลูกค้าอาจได้บ้านที่คุณภาพอาจถูกลดทอนลงเพราะการลด Spec วัสดุ หรือการจ้างช่างค่าแรงต่ำไร้ฝีมือ สู่การแข่งขันด้านนวัตกรรม มาตรฐานการก่อสร้าง และคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความสะดวกสบาย ดีไซน์ ทันสมัย ความปลอดภัยและการรองรับความเสี่ยงของการใช้ชีวิตในอนาคต
“แลนดี้ โฮม มุ่งพัฒนานวัตกรรมการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าได้บ้านที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตในระยะยาว เราจึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานและเทคโนโลยีที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน มากกว่าการแข่งขันด้านราคา”



