เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 18 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงการเดินหน้าตรวจสอบกองทุนน้ำมัน ว่า ในยุคที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็น รมว.พลังงาน ได้มีการออกประกาศเพื่อให้โรงกลั่นแจ้งต้นทุนที่แท้จริง เมื่อถึงเวลาที่เราเอากองทุนน้ำมันที่เป็นเงินจากประชาชนไปชดเชย จะสามารถชดเชยในต้นทุนที่แท้จริงได้ ไม่ใช่การชดเชยที่ต้นทุนสมมุติ หรือการชดเชยกำไรต้องเป็นการชดเชยการขาดทุน ดังนั้นเมื่อรู้ทุนก็ต้องรู้แล้วว่าชดเชยกี่บาท ไม่ใช่ชดเชยจากราคาสมมุติ

นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า ราคาน้ำมันไทยในปัจจุบันเป็นราคาสมมุติ ที่มีต้นทุนราคาน้ำมันดิบจากดูไบ และน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ จึงเกิดค่าการกลั่นสมมุติ เมื่อเกิดสถานการณ์หรือสภาวะวิกฤติ ค่าการกลั่นจึงปรับตัวขึ้น สวนทางกับต้นทุนที่ไม่ได้ปรับขึ้น จึงเกิดเหตุการณ์ลาภลอยขึ้น ซึ่งในต่างประเทศมีการเก็บภาษีลาภลอย แต่ไทยไม่มีการเก็บภาษีในส่วนนี้ จึงไม่สามารถปล่อยโรงกลั่นได้กำไรเช่นนี้ได้ การชดเชยจึงต้องชดเชยกับราคาที่ขาดทุนไม่ใช่ชดเชยกำไร หากกองทุนน้ำมันชดเชยราคาสมมุติมีเท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุชจะอีกนานเท่าไหร่ ดังนั้นการตรวจสอบกองทุนน้ำมัน จะทำให้กองทุนน้ำมันทำงานได้อย่างถูกต้องมากขึ้น

“เราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ปกติที่บริหารประเทศในความผันผวนของน้ำมัน แต่เรากำลังบริหารวิกฤติ เงินทุกบาททุกสตางค์ ต้องใช้ให้มีความคุ้มค่า ผมพยายามนำเสนอเรื่องแบบนี้ผ่านสาธารณะ ไม่รู้จะพูดอะไรกับ รมว.พลังงาน คนปัจจุบันแล้ว เพราะได้นำเสนอไปหมดแล้ว หวังว่า รมว.พลังงานคนต่อไปหรือรัฐบาลจะรับข้อเสนอนี้ทำต่อไป” นายอรรถวิชช์ กล่าว

เมื่อถามว่า  มองการรับมือสถานการณ์พลังงานของ รมว.พลังงาน อย่างไร นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตนคิดว่า รมว.พลังงาน ชงสถานการณ์ให้กับนายกรัฐมนตรี ไม่ถูกจังหวะ เพราะสถานการณ์ในขณะนี้ไม่ใช่ความผันผวนน้ำมันตามปกติ เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เป็นการขู่กันมานาน ในสมัยที่พวกตนอยู่กระทรวงพลังงานก็ขู่แบบนี้ แต่เราบริหารด้วยการใช้กองทุนน้ำมันไปอุ้มในกรณีที่น้ำมันแพง ซึ่งขณะนั้นเกิดภาวะสั้นๆ แต่ตอนนี้จะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เพราะช่องแคบฮอร์มุซ ปิดมา 2 สัปดาห์แล้ว และน้ำมันจะมาในอีก 1 เดือนข้างหน้า ทำให้ตอนนี้เป็นภาวะที่น้ำมันดิบมีอยู่ครบ อย่างนี้น้ำมันจะขาดได้อย่างไร

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตอนนี้ปั๊มน้ำมันขาด โดยเฉพาะดีเซล ตนใช้คำว่าเป็นระบบน้ำมันดีเซล 2 ราคา คือราคาขายปลีกและขายส่ง ซึ่งราคาขายส่งจะสูงกว่าขายปลีก โรงกลั่นจึงไปขายให้กับคนกลางที่ได้ราคาสูงกว่า จึงทำให้น้ำมันหน้าปั๊มขาด ถ้าปั๊มไหนเป็นปั๊มของ ปตท. โดยตรง น้ำมันจะไม่ขาด เพราะมีโควตาตลอด แต่ ปตท.และบางจาก เอกชน เขามีการลดโควตาที่รับน้ำมันไป รวมถึงปั๊มน้ำมันเอกชนที่เป็นปั๊มเล็ก ถ้าขายให้ประชาชนได้ลิตรละ 30 บาท แต่ถ้าเอาไปขายอุตสาหกรรม ก็ได้ในราคาที่แพงกว่า จึงทำให้เกิดการบริหารแบบนี้

“ผมเสนอให้นำพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมันปี 2516 มาใช้ เพราะขณะนี้รัฐบาลใช้เพียงครึ่งเดียวคือห้ามส่งออก จึงควรนำกฎหมายฉบับนี้มาใช้ เพื่อตรึงราคาน้ำมัน โดยที่กองทุนน้ำมันไม่ต้องชดเชย เพราะเป็นต้นทุนเก่า ที่นำเข้ามาเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว และหากน้ำมันลอตใหม่มาค่อยเอาเงินในกองทุนไปชดเชยในต้นทุนที่แท้จริง ผมสงสัยว่าทำไมกระทรวงพลังงานจึงบริหารน้ำมันในลักษณะผันผวนปกติ แต่ไม่ใช่สถานการณ์ขาดแคลน” นายอรรถวิชช์ กล่าว.