จากกระแสที่จะมีการแยกกีฬา ออกมาจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและสะท้อนมุมมองประชาชนต่อมิติดังกล่าว KBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ม.เกษมบัณฑิต ร่วมกับสถาบันการจัดการกีฬาเพื่อองค์กรกีฬา (WISDOM) สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ประเทศไทยกับกระทรวงกีฬาแห่งอนาคต” สำหรับการสำรวจดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ระหว่างวันที่ 15-17 มี.ค.69 โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนทั่วไป ซี่งกระจายทุกภูมิภาคของประเทศ และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,286 คน (ชาย 864 คิดเป็นร้อยละ 67.19, หญิง 321 คิดเป็นร้อยละ 24.96, LGBTQIA+ 101 คิดเป็นร้อยละ 7.85)

สรุปผลการสำรวจความคิดเห็นดังนี้ ความคิดเห็นที่มีต่อการแยกกิจการกีฬาออกมาจัดตั้งกระทรวงกีฬา ส่วนใหญ่ร้อยละ 93.72 เห็นด้วยรองลงมาร้อยละ 4.28 ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 2.00 ไม่มีความคิดเห็น

รูปแบบการบริหารจัดการของกระทรวงกีฬาแห่งอนาคต ส่วนใหญ่ร้อยละ 79.88 บริหารจัดการโดยแยกเป็นเอกเทศ รองลงมาร้อยละ 16.10 บริหารจัดการโดยควบรวมกับกิจการที่เกี่ยวข้อง และอื่น ๆ ร้อยละ 4.02

ประโยชน์ของการจัดตั้งกระทรวงกีฬา ส่วนใหญ่ร้อยละ 28.04 มีเอกภาพและทิศทางการบริหารจัดการที่ชัดเจน รองลงมา 26.20 เพิ่มศักยภาพการพัฒนาสู่เวทีโลก ร้อยละ 18.11 เพิ่มศักยภาพการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาและกีฬาอาชีพ ร้อยละ 14.30 มีงบประมาณบริหารจัดการที่เพียงพอ ร้อยละ 10.92 เพิ่มการพัฒนากีฬาชาติแบบองค์รวม และอื่น ๆ ร้อยละ 2.43

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการสำรวจดังกล่าวพบว่าการที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแยกกิจการกีฬาออกมาจัดตั้งเป็นกระทรวงกีฬา ภายใต้การบริหารจัดการแบบเอกเทศ อาจจะเป็นเพราะว่าการควบรวมการท่องเที่ยวและกีฬาดังที่เป็นอยู่อาจจะไม่ตอบโจทย์บริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน ที่น่าสนใจคือหากมีการแยกกีฬาออกมาบริหารจัดการแบบเอกเทศ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับโดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพการพัฒนาสู่เวทีโลก รวมทั้งการเพิ่มศักยภาพการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาและกีฬาอาชีพและอื่น ๆ ดังที่บางประเทศดำเนินการและประสบความสำเร็จมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม มุมมองหรือเสียงสะท้อนของประชาชนจากผลการสำรวจดังกล่าว หากรัฐบาลใหม่ตระหนักและให้ความสำคัญกับการที่จะแยกกิจการกีฬาออกมาเป็นอีกหนึ่งกระทรวง ไม่ว่าจะแยกเป็นเอกเทศหรือควบรวมกับกิจการที่เกี่ยวข้อง ก็เชื่อว่าผลการสำรวจภายใต้มุมมองของประชาชนก็น่าจะเป็นหนึ่งในฐานข้อมูล ที่รัฐบาลจะได้นำไปใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจได้เช่นกัน