เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท ไม่ให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร หรือค่าขนส่งสินค้าเกินกว่ากรอบที่กฎหมายกำหนด โดยกระทรวงคมนาคมได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งทุกภาคส่วน ตรึงอัตราค่าโดยสาร ในช่วงที่รัฐบาลยังคงมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้แต่ละหน่วยงานเร่งดำเนินมาตรการดูแลแต่ละระบบการขนส่งอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรมเจ้าท่า (จท.) ให้กำกับดูแลการขนส่งทางน้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งการตรวจสอบผู้ประกอบการเรือโดยสาร และเรือขนส่งสินค้า ไม่ให้เรียกเก็บค่าบริการเกินอัตราที่กำหนด รวมถึงติดตามสถานการณ์ค่าระวางสินค้าระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีที่มีข่าวว่าเรือคลองแสนแสบประกาศขึ้นราคา ระยะละ 1 บาทในสัปดาห์นี้ จากเดิม ราคา 11-21 บาท เป็น 12-22 บาท ตามระยะทาง ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมยืนยันเดินหน้าดูแลระบบขนส่งทุกมิติอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในช่วงสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนในระดับโลก

ด้านนายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดี จท. กล่าวว่า ได้ประสานงานกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด อาทิ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ประกอบการเรือโดยสารคลองแสนแสบ ได้รับการยืนยันว่า ยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารแต่อย่างใด เนื่องจากการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรือเดินประจำทาง เรื่อง การกำหนดอัตราค่าโดยสารเรือเดินประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และต้องพิจารณาตามโครงสร้างต้นทุน โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ



