เรียกได้ว่ากลายเป็นสถานการณ์ที่หลายคนให้ความสนใจ และเจอผลกระทบกันอยู่ไม่น้อย สำหรับสถานการณ์วิกฤติพลังงานที่สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งเริ่มขาดแคลน และกระทรวงพลังงานตัดสินใจขยับเพดานดีเซลขึ้นสู่ 33 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลมีการปรับราคาสูงขึ้นและตามปั๊มน้ำมันจำน่ายให้กับลูกค้าปริมาณที่จำนวนจำกัดนั้น
ล่าสุด วงการหมอลำเจอผลกระทบไปด้วย โดย “พ่อเอ๊ะ ภักดี” หัวหน้วงหมอลำชื่อดัง “ระเบียบวาทะศิลป์” ที่ได้ควงลูกชาย “ต้าวหยอง” ในฐานะ Friend of Class Clinic ของ “Class Clinic” คลินิกเสริมความงามที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมการดูแลผิวและความงามแบบครบวงจร ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ เอเทรียม ก็ได้เผยถึงภัยเงียบ หลังที่มักมีมิจฉาชีพตีเนียนเป็นแฟนคลับแอบเข้าเต็นท์ศิลปินเพื่อขโมยของ รวมถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องที่กำลังกลายเป็นปัญหาหลักในการขับเคลื่อนวง ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าน้ำมันเฉลี่ยสูงถึง 50,000-60,000 บาทต่อวันด้วย

พ่อเอ๊ะ ภักดี เผยว่า “ช่วงนี้ก็มีโดนมิจฉาชีพชอบบุกหลังเวที เพราะว่าอาชีพเราเป็นอาชีพที่ว่าอาจจะค่อนข้างดูแลลำบากหน่อย เพราะว่าบริเวณมันกว้าง แล้วคนต่างบ้านต่างเมืองก็ไปเยอะ ไปเที่ยวกันเยอะ แต่ของเราก็ยังไม่ถึงรุนแรงมาก แต่ก็มีครับ มาตรการของเรามันเข้มงวดมั้ย มาตรการเราก็พยายามที่จะให้รถทุกคันจอดชิดกันเพื่อไม่ให้คนนอกเข้ามา แล้วถ้ามีคนนอกก็คือให้ดูพฤติกรรม แล้วก็ถามกันด้วยว่าคนนี้ FC ใคร ประมาณนี้ ถ้าไม่ใช่เราก็จะให้คนของเราไปสอบถามแล้วก็เชิญเขาออก หรือถ้าดื้ออยู่แล้วก็จะเรียก รปภ. หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในงานมาช่วยเชิญออกไป ส่วนมากเขาจะเข้ามาหลังเวที ถามว่าเข้ามาคุกคามหรือประชิดตัวไหม บางคนก็จะมาตีสนิท ตีสนิทแล้วก็แอบเข้าเต็นท์เด็กก็มี แล้วก็เพื่อขโมยของอย่างนี้ก็มี เข้ามาคือบางคนก็เหมือนว่าติดตามนาน คือบางคนเขาก็เด็กใหม่ เขาก็ยังไม่มีวิธีที่จะจัดการตรงนี้ บางทีเขาก็คุยด้วยดี พอดีก็เดินตามกันไปแบบไม่ได้เชิญก็เข้าเต็นท์เลย ต้าวหยองก็โดนบ้าง แต่จะมีบ้างที่ว่าเปิดม่านเข้าไป แต่พอเห็นพ่อนั่งอยู่ข้างใน หรือเพราะว่าบางครั้งก็อยู่ 2 คน บางครั้งก็จะไม่มีใครอยู่ พอเห็นคนอยู่ด้วยเขาก็จะถามนิดหน่อยเขาก็ไป แต่บางทีน้องอยู่คนเดียวก็คือเปิดมาแล้วก็เข้าไปนั่งเลย ก็ต้องให้เรียกพี่ๆ เขาช่วย

ถึงขั้นใช้โทรศัพท์มือถือเข้ามาถ่ายตอนเเปลี่ยนเสื้อผ้ามั้ย ก็มีนะ มีอยู่ ส่วนมากของน้องนี่ก็จะไม่ค่อยโดน เพราะว่าน้องก็จะอยู่ใกล้ผู้ใหญ่หน่อย แต่เด็กๆ เขาจะอยู่ตามแบบบางทีก็มุมอับ บางทีก็มีมาเหมือนกัน บางทีก็แอบตามห้องน้ำก็มี เด็กไปเข้าห้องน้ำก็มีแบบข้างบนบ้าง ช่องลมบ้าง ส่วนเรื่องที่หลายคนมองว่าชุดของแดนเซอร์ชายก็จะไปทางเซ็กซี่ทำให้โดนคุกคาม มันก็จะมีอยู่ แบบว่าเด็กบางคน คือบางคนไม่ชอบโชว์ ไม่ชอบบวก เขาก็จะเซฟของเขาไปอัตโนมัติ แต่บางคนก็คิดว่า เออ ไม่เป็นไรหรอก ก็แบ่งๆ กันก็แล้วแต่เขานะ แล้วความสะดวกของแต่ละคน ส่วนมากน้องจะไม่ค่อยมีชุดแบบนั้น ถามว่าควรจะมีเซ็กซี่มั้ย มันก็มี แต่เราก็พยายามที่จะว่าอย่า อย่าให้มันแบบหวือหวาเกินไป เพราะว่าคือเราต้องเข้าใจคนดูคนเสพทุกวันนี้เนาะ คนเสพมันก็มีหลายแบบ โอเค เราก็ต้องเอาทั้งคนชอบคนไม่ชอบ แต่เราก็ไม่ได้ว่าไปขายตรงนั้นจ๋า ประมาณนั้น”

พ่อเอ๊ะ ภักดี เผยต่อว่า “ส่วนเรื่องน้ำมันอันนี้ก็คือเป็นปัญหาหลักของหมอลำเลยล่ะตอนนี้ เพราะว่าคือการเคลื่อนย้ายแต่ละครั้งมันใช้รถอยู่ประมาณ 20 กว่าคันในการไปแต่ละคอนเสิร์ต ทีนี้ไปแต่ละที่มันไม่ใช่ว่าเราไป 10 กิโลเมตร 20 กิโลเมตร ทีนี้ 200-300 กิโลเมตร มันต้องเติมน้ำมันให้เต็มถัง ทีนี้บางปั๊มเขาก็เอาไว้เผื่อแผ่คันอื่นด้วย บางปั๊มบอกว่า ไม่เกิน 2,000 บางปั๊มก็ไม่เกิน 500 เราก็ต้องพยายามที่จะมีรถเล็กคันหนึ่งคอยเซอร์เวย์ก่อนว่าปั๊มนี้เขาเติมได้เท่านี้นะ ปั๊มนี้ไม่มีน้ำมันนะ เราก็จะให้รถเล็กเนี่ยเซอร์เวย์ก่อน ถ้าปั๊มไหนที่ได้เท่าไหร่ เราก็จะลงกลุ่มบอกกันว่า มาปั๊มนี้นะ ได้ไม่เกินเท่าไหร่ บางทีก็อาจจะได้เติม 3 ปั๊มต่อถังอย่างนี้ ผลกระทบก็จะเป็นการไปงานล่าช้า ตั้งเวทีไม่ทันงาน หรือทันก็อาจจะแบบว่าไม่ได้โชว์อะไรมากมาย ก็คือพอตั้งเวทีเสร็จ เซตเสร็จ ก็แสดงเลย เพราะปกติเราจะต้องมาซาวด์เช็กหรือนู่นนี่นั่นเพื่อรอเจ้าภาพมาเปิด แต่ตอนนี้คือเวลาติดตั้งเวทีอ่ะ เราต้องไปช้ากว่าเดิม เพราะเรื่องเรารอเติมน้ำมัน การจ้างงานตอนนี้ถือว่าสะดุดไหม ก็ยังสะดุดอยู่ เพราะว่าเจ้าภาพก็ยังรอดูสถานการณ์อยู่ หมอลำเองก็ยังรอดูสถานการณ์อยู่ว่าเราจะรับเรตนี้ได้ไหม น้ำมันมันจะลดลงอีกไหม หรือจะขึ้นแบบไม่มีขีดจำกัด เราก็ต้องรอก่อน เพราะว่าต้องแบกค่าน้ำมันที่ส่วนต่างที่เราเคยรับไว้ไป

วิธีแก้ปัญหาคืองานที่เราไปตอนนี้คือเราต้องไปให้จบก่อน แล้วก็น้ำมันก็อย่างที่บอกแล้ว คือเราต้องให้มีรถไปเซอร์เวย์ก่อนว่า มันจากระยะทางตรงไหน ตรงไหนมันมีน้ำมันที่จะได้เติมเพื่อจะได้เข้างาน เพื่อจะไปทำงานให้เจ้าภาพได้ เราก็ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ไปก่อน แต่ละงานมันห่างกันมั้ยคือบางทีก็ 100 กว่ากิโลเมตร 200 กิโลเมตร แต่ 300 กว่ากิโลเมตรนี่ก็คือเราก็จะรับน้อยหน่อย เพราะว่าก่อนที่จะรับงานเราก็จับระยะทางก่อนว่าจากบ้านนี้ไปหาอำเภอนี้ใช้ระยะทางกี่กิโลเมตร ถ้ามันไกลเกินเราก็จะไม่รับ เราก็จะเอาที่ว่าไม่เกิน 300 กิโลเมตร ครั้งหนึ่งเราเติมทั้งหมดเท่าไหร่นั้น ก็ถัวเฉลี่ยก็อยู่ประมาณ 50,000-60,000 ต่อวัน รถ 25 คัน แล้วก็เครื่องปั่นไฟอีก 2 เครื่อง ส่วนเครื่องปั่นไฟ คือพอไปเติมปุ๊บก็ถือว่าเป็นรถอีกคันหนึ่งบนรถเรา ก็คือให้เขาเติมในเครื่องปั่นเลย ขนขับไปเติมที่นั่นเลย ส่วนศิลปินก็รถมันรถเล็กเนาะ มันเติม อ่า 1,000-2,000 ก็ถึงงานแล้ว แต่ของเรามันต้องเวที แสง สี เสียง อุปกรณ์การแสดงทุกอย่าง มันก็ต้องใช้รถในการที่จะต้องไปติดตั้ง อย่างศิลปินถือว่าถ้ารถคันหนึ่งไม่มีน้ำมัน มันยังสามารถนั่งด้วยกันได้ แต่ถ้าเวทีอ่ะ ถ้ารถกระดานไม่ไป เวทีก็ไม่เป็นเวที ไฟไม่ไป คอนเสิร์ตก็ไม่เป็นคอนเสิร์ต รถขนทุกอย่างคือต้องต้องมีน้ำมัน”

พ่อเอ๊ะ ภักดี เผยทิ้งท้ายว่า “ตอนนี้แค่คิดว่าทุกคนก็คงจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว แม้แต่หมอลำเองก็ต้องปรับ เจ้าภาพเองก็ปรับ ปรับทั้งความรู้สึก แต่ถามว่าเจ้าภาพกังวลไหม เจ้าภาพก็กังวล หมอลำก็กังวล แต่ละวันๆ ว่าเราจะไปถึงงานเจ้าภาพ เราจะมีน้ำมันเติมให้เจ้าภาพมั้ย เราจะมีน้ำมันแสดงให้เจ้าภาพดูมั้ย เจ้าภาพก็กังวลว่าหมอลำเขาจะมาครบมั้ย หมอลำจะมาถึงเวลาไหน ประมาณนี้ แต่ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจนะครับว่าสถานการณ์มันไม่ได้กระทบเฉพาะหมอลำ มันกระทบคนทั่วประเทศทั่วโลกก็ว่าได้ในตอนนี้ ทุกคนก็พยายามปรับ ก็ถ้าหากว่ามันไปไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะมีการลด ไม่ว่าจะเป็นรถหรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้งานนั้นได้ลุล่วงสำเร็จไปด้วยดีได้ อยากให้รัฐบาลช่วยเร่งแก้ไข อันนี้คือมันแน่นอนอยู่แล้ว เพราะว่ามันกระทบจริงๆ ไม่ว่าจะโดยเฉพาะพวกที่ทำงานเกี่ยวกับการขนส่ง มันกระทบอยู่แล้ว ก็เลยอยากให้ทางรัฐบาลนะครับ ก็คิดว่าคงไม่นิ่งนอนใจหรอก คิดว่าท่านก็คงจะร้อนก้นอยู่เหมือนกัน ก็คงจะคิดว่าจะเร่งแก้ไขให้เร็วที่สุด แต่ก็คิดว่าคำว่าเร็วเนี่ย มันก็ต้องมา เราก็ต้องมายอมรับในส่วนคำว่าเร็ว เพราะว่าเราจะต้องมาแบกพร้อมกันกับประชาชนทั่วโลก แล้วก็แบกพร้อมไปกับรัฐบาล ที่น้ำมันที่จะต้องมาเพิ่มราคาขึ้น”

ด้าน ต้าวหยอง เผยว่า “เรื่องโดนมิจฉาชีพชอบบุกหลังเวที ยังไม่เคยโดนครับ มีแต่พี่แดนเซอร์ในวงครับ เพราะว่าที่เขาได้ทิปจากเต้นลงมา บางทีก็เข้ามาแบบนั่งโดยที่เรายังไม่ได้รับอนุญาต ก็มานั่งแบบหยิบเครื่องสำอางบ้าง เอามาเติมหน้าเติมอะไร มันแบบเราก็ยังไม่ได้สนิทกัน แต่ทำไมจะมาทำแบบนี้อะไรอย่างนี้ครับพี่ ก็บางทีก็โดน 500 1,000 บางทีก็หมดกระเป๋าเลยก็มี จริงๆ ครับ ส่วนปัญหาที่มีใช้โทรศัพท์มือถือเข้ามาถ่ายตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า ปกติแล้วก็จะมีแค่ชุดชั้นในอะไรอย่างนี้ แต่ว่าผมจะเซฟตัวเองเรื่องกางเกงซับมากกว่า ส่วนมากก็จะเซฟ 3 ชั้น กางเกงใน แล้วก็สเตย์อะไรอย่างนี้ แบบสเตย์ขาสั้น ขาพอยาว แล้วก็มาขายาวอีก ส่วนเรื่องชุดเต้นพี่ๆ เขาก็ใส่ปกติครับ บางคนก็ไม่มีที่เซฟเลย บางคนก็แบบเซฟๆ ตัวเอง แต่ของผมก็จะมีแค่หน้าท้องแล้วก็ช่วงไหล่ไป แต่ว่าลงไปขาไม่ ไม่ค่อยมีเท่าไหร่”



