เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 19 มี.ค. ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่น ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ตัวแทนกลุ่มผู้ค้าน้ำมันขายส่ง (จ๊อบเบอร์) และตัวแทนภาคประชาชน สมาคมประมงแห่งประเทศไทย, และผู้ประกอบการอื่นๆ เข้าร่วมด้วย

โดยนายกฯ กล่าวว่า เรื่องของราคาก็ปล่อยไปตามการควบคุมกลไกตลาด รัฐก็จะหามาตรการให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุดเท่าที่ทําได้ ปัญหาเรื่องการปฏิบัติยังคงมีอยู่ ประชาชนหลายพื้นที่ยังคงรายงานเข้ามาว่าไม่สามารถเข้าถึงการเติมน้ำมันได้อย่างคล่องตัวและมีความกังวลเรื่องความเพียงพอของปริมาณ  ยืนยันว่าเราไม่มีปัญหาในเรื่องของการสํารองน้ำมัน การเข้ามาของน้ำมันดิบ เรายังสามารถสั่งซื้อและนําเข้าน้ำมันดิบจากหลายภูมิภาคทั่วโลก และยังไม่มีเหตุในตัวชี้วัดใดๆ ที่น้ำมันของประเทศไทยจะเข้ามาในปริมาณที่ลดน้อยลง ปัญหาทุกวันนี้กลายเป็นว่าเมื่อประชาชนเกิดความกังวล เราต้องหาวิธีจัดทํายังไงให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ เมื่อเกิดความมั่นใจแล้ว การจะมาออเต็มปั๊มก็ไม่มีปัญหา วันนี้ก็ต้องขอความร่วมมือในเรื่องของเวลาที่ผ่อนผันให้รถขนน้ำมันเข้ามาในเขตกรุงเทพฯ ได้ตลอดเวลา ขอความร่วมมือผ่านไปยัง ผบ.ตร. นี่ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่จะต้องทําให้เกิดการเข้าถึงน้ำมันของประชาชนและลดความวิตกกังวลต่อไป 

นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งที่จะต้องมาแก้ไขนอกเหนือจากนี้ก็คือเรื่องของราคาน้ำมัน ซึ่งที่ประชุมจะต้องมีมาตรการกําหนดว่าจะขายหน้าโรงกลั่น ขายหน้าปั๊มหรือขายผ่านคนกลางหรือจ๊อบเบอร์ ต้องอยู่ในราคาที่สอดคล้องกัน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมหรือกลุ่มที่ไม่ใช่ผู้ซื้อปลีกได้มีน้ำมัน ก็คือภาคอุตสาหกรรมและโรงงานต่าง ๆ จะได้มีน้ำมันในคลังของตนเอง ให้เหมือนช่วงก่อนเกิดเหตุที่ตะวันออกกลาง 

นอกจากนี้ วันนี้จะมีการตั้งประเด็นคําถามเพื่อให้แต่ละฝ่ายไปรับผิดชอบ และชี้แจงกันด้วยความชัดเจน ทุกฝ่ายจะได้มีความมั่นใจในข้อมูลและนําไปดําเนินการด้วยกัน เช่น ในส่วนของผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน รัฐบาลต้องขอให้ท่านบอกให้ชัดเจนว่าน้ำมันดิบที่เข้าสู่การกลั่นแต่ละแห่งมีประมาณเท่าไหร่ แตกต่างจากช่วงปกติแค่ไหน เดินเครื่องเต็มขีดความสามารถแล้วหรือไม่ น้ำมันสําเร็จรูปแต่ละประเภทที่โรงกลั่นแต่ละโรงออกมามีเท่าไหร่เมื่อเทียบกับช่วงปกติ มีปัญหาในการจัดส่งอย่างไร กําหนดโควตาการส่งน้ำมันให้แต่ละคลังอย่างไร 

นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของผู้ประกอบการคลังน้ำมัน มีปัญหาอะไรหรือไม่ คาดการณ์ไว้อย่างไร ราคาเป็นอย่างไร คลังน้ำมันได้ประกาศราคาขายหน้าคลังตามที่รัฐบาลได้สั่งการแล้วหรือยัง คลังน้ำมันได้ขายน้ำมันให้กับจ๊อบเบอร์ด้วยราคาที่ประกาศใหม่แล้วใช่หรือไม่ จะต้องมีหลักฐานเอกสารยืนยัน 

“ที่มากันวันนี้ไม่ใช่มายืนยันกันเอง แต่ต้องมายืนยันให้ประชาชนได้เห็นว่าเราได้ดําเนินการทุกอย่าง ประชาชนจะได้ไม่มีความกังวลอีกต่อไป ในส่วนของจ๊อบเบอร์ที่มาในวันนี้ก็จะขอคําชี้แจงว่ามีสัญญาซื้อขายมีปริมาณอย่างไรบ้าง ถ้าราคาหน้าคลังถูกกว่าราคาหน้าปั๊ม จ๊อบเบอร์ได้มีการบวกกําไรตามปกติ เหมือนช่วงก่อนมีสงครามหรือไม่ หรือฉวยใช้โอกาสนี้ค้ากําไรกันเกินควร รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งน้ำมัน เวลาปกติวิ่งรถเป็นอย่างไร เมื่อขยายเวลาแล้วจะสามารถเพิ่มเที่ยวรถได้อีกเท่าไหร่ กระทรวงพลังงานจะสามารถประกาศลดสเปกรถขนน้ำมันได้เพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าได้ก็จะไปขอความร่วมมือจากกองทัพ เพราะกองทัพมีรถขนน้ำมันเหล่านี้อยู่” นายกฯ กล่าว.