เรียกได้ว่ากลายเป็นตัวแม่สายสตรองที่เข้าใจโลกแบบสุดๆ สำหรับนักร้องเสียงดี “อ๊อฟ ปองศักดิ์” ที่ล่าสุดมาร่วมซ้อมคอนเสิร์ตใหญ่ “DA ENDORPHINE UPSTAGE #แสบสนิทคอนเสิร์ต” ที่ ชั้น 38 อาคารแกรมมี่ เจ้าตัวก็ได้ออกมาอัปเดตสถานะหัวใจในวัยเลข 4 ว่าโสดมานานกว่าปีเศษ ยอมรับเลือกงานมากกว่าความรักเพราะเศรษฐกิจไม่เป็นใจ พร้อมเผยไลฟ์สไตล์สุดเรียบง่ายติดละครแนวตั้งอยู่บ้าน แทนการออกไปปาร์ตี้เหมือนเมื่อก่อน พร้อมแย้มเตรียมส่งซิงเกิลใหม่แนวถนัดอกหักรักคุด กลับไปร่วมงานกับ “พี่นิ่ม สีฟ้า” อีกครั้งด้วย

อ๊อฟ ปองศักดิ์ เผยว่า “สถานะหัวใจตอนนี้ไม่มีค่ะ จริงๆ ไม่มีจริงๆ ดูเหมือนเป็นคนไม่ขาดความรักใช่ป่ะ โสดมาปีกว่าแล้ว ไม่ได้มีแฟนเลย แล้วก็รู้สึกว่าชีวิตก็ดีอยู่แบบนี้ เพราะว่าเราก็ต้องเลือกดวงความรักกับดวงงานมันมาคู่กันไม่ได้สำหรับเรา ตอนนี้ไม่ทุ่มแล้ว เพราะว่าเดี๋ยวนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีก็เลยทุ่มไม่ได้แล้ว (หัวเราะ) DM ก็เงียบไปเลยเหรอ ส่วนใหญ่จะเป็นเราจะไป DM หาเขา ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเราที่ DM ไปหาผู้ชาย อะไรอย่างเงี้ย แกล้งๆ ตลกๆ เฮ้ยน่ารักจัง เวลาเขาลงสตอรี่อะไรแล้ว ไม่เคยตกได้เลย แล้วก็บางคนก็อ่านแล้วก็เงียบ บางคนก็อ่านแล้วก็ไม่ขึ้นฟีดอีกเลย หมายความว่าเขาบล็อก (หัวเราะ) ก็ปีกว่าแล้ว ก็มันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมนานขนาดนี้ คืออาจจะเป็นเพราะว่าพอเราอายุมากขึ้น เวลาเราอายุมากขึ้นคือแบบเด็กใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นเขาก็ชอบกันเองในวัยวัยเท่ากัน แล้วเราพอเราในวัยที่เลข 4 แล้ว คนที่อายุ 30 กว่าเขาก็อยากจะได้เด็กอ่ะ เหมือนเราก็อยากได้เด็ก ได้แฟนเด็กคอยดูแล มันเป็นกฎธรรมชาติ ตอนเราเด็กเราอยากได้แฟนแก่ ตอนเราแก่เราอยากได้แฟนเด็ก แล้วตอนนี้เด็กอยากได้กันเอง เราก็เลยต้องอยู่เปล่าเปลี่ยวไง แต่ว่าตอนนี้ไม่เหงาแล้ว เพราะว่าติดละครแนวตั้ง เป็นการทดแทนได้ วันหนึ่งดูเป็น 10 เรื่อง ซื้อรายปีผ่านแอป คือมันทดแทนกันได้ เพราะว่าจริงๆ แล้วด้วยความที่ออฟก็ไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกแล้ว คือมันจะมีช่วงหนึ่งเราทำงานใช่ไหม หลังโควิดหายใหม่ๆ เราก็เปรี้ยวไง ตอนนั้นที่แบบ House of Heals แล้วก็แบบทำงานเสร็จแล้วก็เที่ยว ทำงานเสร็จแล้วก็เที่ยวอะไรอย่างเงี้ย เรารู้สึกว่าแบบเราใช้ชีวิตเหมือนแบบใจแตกมาแล้ว

เราก็รู้สึกว่าตอนนี้เราเหมือนคนแก่ อยากจะนอนนิ่งๆ อยู่ในบ้าน ไม่ค่อยได้ออกไปไหน เลยเจอหรอก ถ้าถามว่าไม่ตามหาความรักแล้วหรอ ก็ตามหาอยู่ แต่ว่าไม่มีอ่ะ ตอนนี้ไม่มีสเปกแล้ว แก่ก็ได้ แก่ก็เอา แต่ว่าอย่าถึงขั้นเป็นแบบปุ๋ยมะม่วงนะ (หัวเราะ) ตอนนี้คืออยากนอนนิ่งๆ กินเงินเกษียณของผัวแล้ว คืออยากได้อย่างงั้น ไม่ถึงขั้นติดเตียงแต่เราก็อยากได้แบบว่าดูแลเราบ้าง มุมมองความรักถามว่าเปลี่ยนไปไหม ออฟก็มองว่ามันก็เปลี่ยนนะ เพราะว่าพอเราโตขึ้น เราเข้าใจโลก เข้าใจคน เข้าใจวัฏจักรของมัน เพราะว่าเราจะไปวิ่งตามความรักเหมือนเมื่อก่อนมันก็ไม่ได้ เพราะว่าตอนนั้นเราก็คือเด็กอยู่ คือตอนนี้เรานิ่งขึ้น เหนื่อยที่จะตามด้วย เป็นฟีลนั้น มีก็มี ไม่มืก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องวิ่งหามาก ก็ยังไม่ปลงนะ ยังไม่ปลง (ยิ้ม) แต่ก็รู้สึกว่าเราก็ยังสนุกกับการที่แบบโอเคได้เตาะคนนู้นเล่นบ้างอะไรอย่างเงี้ย จริงจังบ้าง หรือว่าเข้าไปแบบตลกแกมหยอก แบบว่าเหมือนจริงจังแกมหยอกอะไรแบบนั้น คือได้ก็ถือว่าแบบโอเค ไม่ได้ก็คือแบบว่า เอ้ย กูตลก ไม่เป็นไร แต่ที่เล็งไว้หลายคน แต่คือคนที่เราชอบจริงๆ เราจะไม่กล้า แต่ว่าคนที่เรา องแหย่สักนิดนึง เราก็จะแบบลองดู ปกติเราจะมีมาเติมใจให้เรา ด้วยความที่ออฟรู้สึกว่าออฟแก่ขึ้นด้วยแหละ เอาจริงๆ มันก็เหนื่อยนะ”

อ๊อฟ ปองศักดิ์ เผยว่า ”ส่วนเรื่องผลงานตอนนี้อยู่แกรมมี่ เดี๋ยวภายในปีนี้ก็จะมีซิงเกิลใหม่ กลับมาการทำเพลงมันต่างกันไปนะ เพราะว่าด้วยความที่ตอนนี้คนฟังเพลงก็เปลี่ยน ยุคสมัยของความชอบของคนทำเพลงก็เปลี่ยนอีก เพราะฉะนั้นเราก็เลยรู้สึกว่าเราเคยวิ่งตามกระแส เราวิ่งตามความชอบของกระแสสังคมมาสักพักหนึ่ง เราเลยรู้สึกว่าเราอยากจะกลับไปทำเหมือนเหมือนที่เป็นเราเองในตอนแรก ที่วิ่งตามกระแสเพลง อย่างที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าเราอยากได้เพลงนี้มันเป็นไวรัลนะ แล้วก็ด้วยความที่แอปพลิเคชันต่างๆ นู่นนี่นั่น มันก็ทำให้กระแสเพลงมันดังขึ้นด้วย เราก็เลยรู้สึกว่าเราอยากจะทำเพลงให้มันติดอยู่ในแอปพลิเคชันนั้นๆ ด้วย แต่ว่าสุดท้ายแล้วมันก็ไม่ใช่ตัวเราเองอยู่ดี ก็เลยคิดว่าเราลองกลับมามองจุดที่เราเริ่มต้นดีกว่า แล้วก็จุดที่คนรู้สึกว่าชื่นชอบจากเรา แล้วก็รักษากลุ่มนั้นไว้ให้ดีที่สุด ก็เลยคุยกับพี่นิ่ม สีฟ้า ก็คือจริงๆ แล้วคืออ๊อฟกับพี่นิ่มมาทำงานกันมาตั้งแต่แรก แล้วก็ทำเพลงให้อ๊อฟ แต่งเพลงให้อ๊อฟมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แล้วก็เหมือนช่วงที่อ๊อฟแบบว่าอยากลองผิดลองถูก ลองหาความชอบตามกระแสตลาด เราก็เลยไปลอง แต่ว่าสุดท้ายก็ไม่เจอตัวเองสักที ก็เลยคิดว่ากลับมาอยู่ในจุดที่เจอตัวเองตั้งแต่แรกดีกว่า ซิงเกิลนี้ก็คืออกหักรักคุดจะเป็นจะตายอีกเหมือนเดิม ก็คือยังเป็นในฟีลนั้น แต่ว่าเป็นไม่ฟูมฟายมากเหมือนเมื่อก่อน”

ขอบคุณภาพประกอบ : aofpongsak



