เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 20 มี.ค. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นำกำลังเข้าตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งว่ามีพฤติการณ์กักตุนสินค้าและฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต ว่า วันเดียวกันนี้ตนเพิ่งลงนามในคําสั่งกําหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกัน ภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ.2569 ให้ทางกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ตร.) และกรมการปกครอง คอยไปจัดการดําเนินคดีกับผู้ที่เข้าลักษณะการกักตุนน้ำมัน กักตุนสินค้า โดยที่ไม่มีเหตุจําเป็นที่จะต้องทําอย่างนั้น เมื่อถามว่าจะมีการตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อันนี้ไม่ใช่ชุดเฉพาะกิจ 

เมื่อถามต่อว่า ตรงนี้เป็นความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ตํารวจและดีเอสไอเลยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นคําสั่งนายกรัฐมนตรี เขาร่วมมือกันอยู่แล้ว แต่ละหน่วยงานจะไปจัดตั้งชุดปฏิบัติการ ที่จะเข้าไปดําเนินคดีตรวจสอบการกระทําที่ผิดกฎหมาย 

เมื่อถามถึงกรณีที่ จ.อ่างทอง ตอนนี้ทราบหรือยังว่าเป็นใคร และจะดําเนินการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้มีการดําเนินคดีอยู่แล้ว ใช้กฎหมายที่เรามีอยู่ ดําเนินการดําเนินคดีทุกข้อหาที่เขากระทําผิด 

เมื่อถามอีกว่า จากข้อมูลเบื้องต้นจะมีจุดอื่นที่คาดว่าจะเกิดเหตุขึ้นอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ดูจากตัวเลขการใช้แต่ละวัน การผลิตแต่ละวัน มันยังมีอีกนิดที่น้ำมันหายไป แต่ไม่เยอะ ก็ไปตาม ซึ่งเราได้สันนิษฐานถึงปัญหาต่างๆ และมีศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) สรุปข้อมูลมา และไปดําเนินการ 

เมื่อถามต่อถึงกรณีแบบนี้เรียกว่าไอ้โม่งได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “มันไม่ใช่ไอ้โม่ง ถ้าเราไปจับได้ ไม่ใช่ไอ้โม่ง คนที่ไปซื้อ ไปกักตุนไว้ ถ้ากักตุนระดับสามแสนลิตร อันนี้ไม่ใช่กักตุนในยามฉุกเฉินหรือยามจําเป็น”

เมื่อถามอีกว่าสหรัฐอเมริกามีมาตรการผ่อนคลายการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน เพราะที่ติดค้างอยู่บนเรือน้ำมัน มาตรการนี้มีอะไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ช่องทางการนําเข้าน้ำมันเรายังไม่มีปัญหา ในการนําเข้าน้ำมันดิบเราต้องวางแผนไปถึงสินค้าทุกอย่าง 

เมื่อถามต่อว่า ถ้านายกฯ พบตัวคนที่กักตุนน้ำมันไม่ว่าจะเป็นใคร จะดําเนินการเด็ดขาดเลยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอน ที่ทําผิดกฎหมายไม่ว่าจะเรื่องน้ำมัน หรือเรื่องอะไร ทุกอย่างต้องถูกดําเนินคดีตามกฎหมาย เรื่องละเว้นไม่มีอยู่แล้ว แต่ยุคนี้สมัยนี้ ใครไปละเว้น คนนั้นก็ผิดเสียเอง ไม่มีใครเขายอมอย่างนั้น 

เมื่อถามว่า ในช่วงรอยต่อการทํางานของกระทรวงพลังงานจะต่อเนื่องใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รอยต่อมันเป็นรอยต่อทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่ง ครม.แต่ละชุดไม่เหมือน ถึงแม้จะมีรัฐมนตรีคนเดิม หรือรัฐมนตรีคนใหม่ การทํางานในรัฐบาลนี้ ก็ต้องทําภายใต้เทอมของรัฐบาลนี้ ซึ่งวันนี้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีแล้ว ถ้าไม่มีเหตุจําเป็นก็คงไม่ทําอะไรโดยรัฐบาลเดิมแล้ว แต่ตอนนี้เรามีเรื่องน้ำมันก็ถือเป็นเรื่องจําเป็น ฉะนั้น ตนก็ยังขับเคลื่อนโดยใช้อํานาจของรัฐบาล ที่ยังรักษาการอยู่ กำกับไปจนกว่ารัฐบาลชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่.