เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายพื้นที่ใน จ.มุกดาหาร โดยเฉพาะในเขต ต.คำอาฮวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่บ้านเหล่าคาม และบ้านโคกสูง ต.คำอาฮวน ได้รับความเสียหายจำนวนกว่า 20 หลังคาเรือน หลังคาบ้านพังเสียหาย แผ่นสังกะสีปลิวไปกับแรงลม ทำให้ที่นอน ตู้เสื้อผ้า และทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหาย สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีต้นยางพาราและต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นหลายสิบต้น รวมถึงวัดในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเสียหาย โดยศาลาพระใหญ่พังถล่มลงมาทับเศียรหลวงปู่ทวดและรูปปั้นพระ ส่งผลให้ส่วนคอขององค์พระหักเสียหาย อีกทั้งโครงสร้างเสาและหลังคาศาลาพังถล่มลงมา

ขณะเดียวกัน พบว่าเด็กนักเรียนพี่น้อง 2 คน หลังกลับจากโรงเรียนต้องเผชิญกับสภาพบ้านของตนเองที่ถูกพายุพัดจนหลังคาปลิวหายไปไกลหลายสิบเมตร ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ จนต้องพากันร้องไห้ด้วยความตกใจ โดยทั้งสองต้องย้ายไปอาศัยอยู่กับญาติ เนื่องจากอยู่กันเพียงลำพัง 2 คน พี่ชายอายุ 15 ปี และน้องอายุ 13 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนมุกดาลัย อ.เมืองมุกดาหาร โดยมารดาไปทำงานอยู่ภาคใต้ พี่สาวไปเรียนและทำงานที่ จ.ร้อยเอ็ด ส่วนบิดาเสียชีวิตแล้วเมื่อหลายปีก่อน

ด้านนายสุพันธ์ เที่ยงโยธา นายกเทศมนตรีตำบลคำอาฮวน ได้สั่งการให้นายอุกฤษฏ์ ศรีพิเมือง ปลัดเทศบาลตำบลคำอาฮวน นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน พร้อมให้การช่วยเหลือเบื้องต้น โดยการขนย้ายสิ่งของที่เปียกฝนออกมาตากแดด และเร่งประเมินมูลค่าความเสียหาย เพื่อรายงานต่ออำเภอเมืองมุกดาหารตามขั้นตอน

นายอุกฤษฏ์ เปิดเผยว่า จากเหตุฝนตกและลมกระโชกแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา ทางเทศบาลได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในบ้านโคกสูง หมู่ 8 และบ้านเหล่าคาม หมู่ 9 เบื้องต้นพบความเสียหายประมาณ 20 หลังคาเรือน พร้อมทั้งเร่งประเมินความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ใหญ่บ้านได้นำเครื่องเลื่อยยนต์เข้าตัดต้นไม้ที่หักโค่นกีดขวางเส้นทางสัญจรออกแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่จะเร่งสรุปความเสียหายทั้งหมด เพื่อรายงานให้อำเภอและจังหวัดพิจารณาประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ และจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

สำหรับบ้านของเด็กนักเรียนพี่น้อง 2 คนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเข้าช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน และขณะนี้ต้องอาศัยบ้านญาติเป็นที่พักพิงชั่วคราวเพื่อดำรงชีวิตต่อไป