ยังเป็นประเด็นที่หลายคนสนใจและเป็นห่วงไม่น้อย สำหรับกรณีของ “อ้น พงศกร” แดนเซอร์คู่ใจ “กฤษ บุญยะเลี้ยง” น้องชายของสาว “กระแต อาร์สยาม” ที่หายตัวปริศนาไปตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. 69 ก่อนจะพบเบาะแสสุดช็อกว่าถูกมิจฉาชีพหลอกข้ามแดนไปกักขังที่ตึกสแกมเมอร์ในกัมพูชา

ล่าสุดกฤษ เผยกลางงาน GLOBAL EMPOWER AWARDS 2025 ว่า “ตอนนี้เราอยู่ในกรุ๊ป LINE ที่ช่วยกัน น้องถูกปล่อยตัวออกมาจากตึกสแกมเมอร์แล้ว แต่ยังอยู่ในขบวนการของราชการฝั่งไทยแล้วก็ฝั่งกัมพูชา กำลังส่งตัวมากลับไทย ข่าวนี้ค่อนข้างดัง กลายเป็นเรื่องว่าประเทศปิดแล้วคุณข้ามไปฝั่งนั้นได้ยังไง คนมองว่ามันเป็นการหละหลวม ตามข่าวคือเขาจับคนของเราไว้ก่อนเพราะข้ามไปแบบผิดกฎหมายแต่ความจริงคือน้องถูกบังคับไป ซึ่งทางพี่ที่เป็นคนคอยช่วยเหลือ เขาได้แทรกซึมตัวเองและเอาทีมงานเขาไปช่วยคนไทยที่ตึกสแกมเมอร์ และรอรับคนไทยที่โดนปล่อยกลับมา สันนิษฐานว่ามี 4 กรณีตอนนี้สแกมเมอร์มีวิวัฒนาการมากกว่าการอัปเดตโทรศัพท์แล้ว ทั้งใส่ยาในอาหารเบรกที่เราไปสัมมนา ทั้งข่มขู่บนรถตู้ แม้กระทั่งจะส่องกล้องเล็งยิงเรา บังคับว่าถ้าเราไม่ไปก็อาจจะยิง คนไทยเราโดนหลายอย่างซึ่งตอนนี้เราก็อัปเดตมากไม่ได้เพราะถ้าเรากระจายข่าวไปก็จะเป็นดาบสองคมให้กับทางฝั่งนั้น จริงๆ น้องอ้นอาจถูกปล่อยตัวได้เร็วกว่านี้แต่มีบางเพจไปปล่อยข้อมูลต่างๆ นานา กลายเป็นว่าตึกนั้นหายไปพันกว่าคนที่อยู่ตึกนั้นก็ถูกช่วยเหลือยาก เพราะเขาย้ายหมดเลยกลายเป็นว่าจุดนั้นไม่มีแล้ว เราต้องมานั่งเฝ้าระวังว่าไปอยู่ตรงไหน คนไทยเราถึงจะถูกปล่อยตัว”

“ตอนนี้น่าจะต้องรอเรื่องให้เงียบเพราะเราทำเอกสารก็แล้วขออุทธรณ์ก็แล้ว ทั้งทางสำนักงานตำรวจชายแดนสุรินทร์ก็ช่วยประสานงานให้หมด เราพยายามติดต่อตลอดเวลา ด้วยความเป็นห่วงน้องเห็นสภาพที่เขาส่งมาตามข่าวมันเหมือนไม่ได้อยู่ปกติ มันซูบไป ได้ติดต่อน้องบ้าง ก็แล้วแต่ฟลุกเลย อาทิตย์หนึ่งได้คุย 30 วินาที 1,000 บาท เขาจะให้โทรฯ คือถ้าเราโอนเงินไป เราก็ไม่รู้ว่าจะได้โทรฯ คุยไหม เราเคยโอนไป 2,000 แต่ไม่ได้คุย เราก็พยายามขอพี่ตำรวจอะไรต่างๆ แต่เราก็เข้าใจว่ามันมีการโทรฯ ในต่างประเทศก็จะมีค่าใช้จ่าย เท่าที่รู้เลยก็คือ 30 วินาที 1,000 บาท ซึ่งเราต้องโอนให้ฝั่งโน้นและทางฝั่งโน้นจะให้เราคุยไหมก็ไม่รู้”

“คำแรกที่เขาคุยกับเรา เราน้ำตาคลอเลย เขาบอกว่าผมไม่ได้โง่นะพี่ แต่ผมพยายามจะลงมาแล้วแต่มันไม่ได้จริงๆ เราบอกน้องไม่ต้องพูดอะไรเลย พี่เข้าใจทุกอย่าง ถามไถ่ว่าเป็นยังไงบ้างแบบนี้ทุกครั้ง เพราะบางทีเจ้าหน้าที่เขาแอบน่ารักให้ใช้โทรศัพท์เพราะติดต่อยากเพราะด้วยความที่ฝั่งกัมพูชาเขาก็รักครอบครัวเหมือนกัน เขาก็ให้เราติดต่อกลับ เราก็ไม่ได้ช่วยแค่น้องอ้นคนเดียว เราเห็นกลุ่มคนไทยที่อยู่ตรงนั้น ผมก็ไปรวมครอบครัวเขามาหมดเลย บางคนเขาก็ไม่มีเงินด้วย ผมก็โทรฯ หาแฟนคลับ บอกพี่รบกวนช่วยหน่อย ก็พร้อมใจกันหมด ที่เราต้องใช้เงินตรงนี้เพราะส่วนหนึ่งเราต้องเอาครอบครัวของคนที่ถูกจับไปเพื่อไปทำปากคำทุกอย่างที่สุรินทร์และดึงเขากลับมาแล้วต้องเป็นครอบครัวเท่านั้น ไม่งั้นจะกลายเป็นการโดนหลอกซ้ำสอง  อย่างเคสที่ผมอยากร้องไห้มากๆ เลยคือเขาเป็นเด็กเลี้ยงเดี่ยวที่มีคุณตาคุณยาย เขาส่งเงินนะ เขาก็โทรฯ มาหาผมว่า ตากับยายหนูยังไม่น่าจะรู้ว่าหนูถูกจับ พี่มีเงินให้เขากินข้าวมั้ยคะ หนูยังไม่ได้กลับเลย พอพยายามโทรฯ หาเข้า Facebook ปุ๊บก็คนแก่เล่นไม่มีอะไรอัปเดตเลย ติดต่ออะไรก็ไม่ได้ ผมน้ำตาจะไหล บางคนแม่หนูไปแล้วทิ้งหนูไว้กับครูที่โรงเรียน คือเราใช้โทรศัพท์เราติดต่อกับญาติอีกที กลายเป็นเราเป็นศูนย์พักพิงอีกทีหนึ่ง”

“เท่าที่ผมทราบคนที่โดนจับมี 3 กรณี ถ้าเป็นคนที่มีไอคิวเยอะหรือโดนหลอกยากจะถูกหลอกมากรุงเทพฯ ให้มาเขตหนึ่งใจกลางเมืองย่านพระราม 9 ถ้าได้ยินเขตนี้ คุณจะถูกหลอกขึ้นรถตู้และใช้ปืนบังคับเราจะเดินทางไป กับคนที่ไอคิวระดับสอง จะมีการหลอกไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด กับแบบที่สามคือหลอกไปสระแก้วเลย แล้วเขาเก่งมากเป็นคนไทยหลอกคนไทยเองซึ่งเขาประสานกัน”

“ก่อนที่น้องอ้นจะหายไป เราได้มีการนัดกันว่าวันที่ 21 ก.พ. จะมีการซ้อมเต้น น้องจะต้องมานอนบ้าน ซึ่งน้องทักมาบอกผมว่าผมจะไปกับแฟน พอดีว่าแฟนผมมาสัมภาษณ์งานที่กรุงเทพฯ แต่หลังจากวันที่ 20 ปุ๊บหายเลยติดต่อไม่ได้จนมาวันที่ 25 ที่ต้องขึ้นเครื่องไปขอนแก่น เขาไม่อยู่ จริงๆ น้องเป็นเด็กน่ารักมากมีมารยาท ขอเอาแฟนมานอนด้วย บอกผมนอนตรงนี้ก็ได้ที่โซฟาแค่ขอที่พักเพราะที่เขามาสัมภาษณ์งานที่กรุงเทพฯ แต่พอถึงเวลาที่เขาต้องมา เขาดันไม่มา มาอีกทีก็เป็นตอนที่เป็นข่าวจริงๆ เขาถูกปล่อยตัวตั้งแต่วันอาทิตย์แล้วคือวันที่ 27 28 แต่ด้วยความที่ข่าวมันดังมันก็เลยยาว”

“แต่ถ้าสมมุติว่าครอบครัวของเราหายไปวันหนึ่ง อันดับแรกอยากให้ทุกคนเอาญาติเราไปที่แจ้งความแล้วอายัดบัญชีทันที เพราะบัญชีนั้นเป็นบัญชีม้าใช้ไม่ได้แล้ว เขาจะส่งเรากลับทันทีอย่างปลอดภัย แล้วทีนี้เราค่อยไปกระบวนการทางกฎหมายของดีเอสไอแจ้งว่าเราถูกหลอกไป ไม่งั้นเราจะกลายเป็นคนที่ติดคดียาว เลยทำอะไรไม่ได้”

“อยากจะฝากทุกคนในช่วงนี้ด้วย ช่วงนี้ปิดเทอม เด็กทุกคนไม่อยากขอเงินพ่อแม่ อยากหารายได้พิเศษซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ดูข่าวโดนหลอก 90% อย่างเรื่องน้องอ้นมันเป็นข่าวใหญ่ เราเลยโฟกัสเขาแต่ในช่วงเวลาที่เราโฟกัสข่าวน้องอ้นยังมีอีกเคสที่ข้ามไปรับไปส่งไปช่วยกันตลอด ฝากทุกคนดูคลิปเตือนภัย มันมีหลายเคสมากๆ”

“จริงๆ เรื่องนี้ เขาบอกว่าจะได้กลับมาตั้งแต่สองอาทิตย์แรกแต่ผมคิดว่าตอนนี้น่าจะยาว เพิ่งจะเป็นข่าวดังที่กัมพูชาไม่กี่วันนี้เอง กัมพูชาเพิ่งรู้ว่าเป็นแดนเซอร์ของกระแต ทีนี้แหละตอนนี้เรื่องดังถึงผู้ใหญ่ก็ต้องรอดูแล้วว่ายังไง เรื่องนี้มันก็ส่งผลเยอะเลย เพราะอย่างที่เรารู้ บ้านเรามีปัญหากัน ด่านชายแดนถูกปิดด้วย แล้วทำไมถึงข้ามไปได้เป็นธุรกิจของใคร ตอนนี้เขาไปประมาณสามอาทิตย์แล้ว เราก็ทำใจไปแล้วครึ่งหนึ่งแล้วถ้าสมมุติว่าน้องไม่ได้ออก ประมาณ 8 เดือนถึง 1 ปีถึงจะได้ออก ไม่ใช่แค่น้องอ้นแต่คือทั้งเซตเกือบ 100 คนอยู่ตรงนั้นติดตามกฎหมายเลยครับ เพราะเขากระจายคนไป 5 จุด จุดสุดท้ายที่เรารู้ก็จะมีเขตบุรีรัมย์ สุรินทร์ สระแก้ว ที่ติดกับชายแดนทั้งหมด แต่ถ้า ณ ตอนนี้เราจะไม่เปิดเผยแล้ว เพราะมีเพจหนึ่งไปบอก กลายเป็นว่าเดี๋ยวเขาจะย้ายตอนนี้อันตราย ถ้าปล่อยที่ป่าหนึ่งกับดักระเบิดจะเจอไหม สองจะเดินเข้ามายังไง ถามถ้าจู่ๆ เขาเดินไปเจอทหารแล้วโดนยิงขึ้นมา อันตรายกว่าเดิมหลายเท่าเลยครับ”