หล่อรวยและใจถึงพึ่งได้จริงๆ สำหรับนักร้องหนุ่มมากความสามารถ “เบิ้ล ปทุมราช” ที่ล่าสุดออกมาเปิดใจในงาน GLOBAL EMPOWER AWARDS 2025 ถึงประเด็นร้อนในวงการเพลงและชีวิตส่วนตัวที่ทำเอาแฟนๆ ต้องร้องว้าว โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนจัดมิวสิกเฟสติวัลที่เจ้าตัวยอมควักเนื้อขาดทุนยับหลักล้านบาท ทิศทางวงการเพลงไทย หลังเห็นการรวมตัวครั้งสำคัญของ 3 บุคลากรคุณภาพ โอม ค็อกเทล, ก้อง ห้วยไร่ และ แบงค์ รัฐวิชญ์ ในการสร้างค่ายเพลงน้องใหม่อย่าง MACHg (มักจี)

เบิ้ล เผยว่า “โอม ค็อกเทล, ก้อง ห้วยไร่, แบงค์ รัฐวิชญ์ ร่วมสร้างค่าย MACHg (มักจี) ผมมองว่าพี่ๆ ทั้งสามท่านก็เป็นบุคลากรคนสำคัญของวงการเพลงไม่ใช่แค่ลูกทุ่งแต่ผมมองว่าน่าจะได้ทั้งสตริง คลาสสิก อาร์แอนด์บี พอได้รวมตัวกันผมว่าเป็นค่ายใหม่ที่มาแรง เพราะมีแต่คนบอกแบบนั้น ถามว่าผมจะเข้าไปร่วมด้วยไหม ผมว่าอย่าเลยครับ ผมไม่อยากไปแย่งเงินเดือนของพวกเขา  วงการเพลงมันจะเปลี่ยนไปไหม ผมว่าวงการเพลงมันไม่ได้เปลี่ยนไปตามการเปิดค่ายใหม่แต่วงการเพลงมันต้องเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อมที่มีผู้ใหญ่สนับสนุนมากกว่า อย่างน้องมิลลิ ผมเห็นน้องไปต่างประเทศเป็นซอฟต์พาวเวอร์ให้กับประเทศไทย ผมก็อยากให้บริษัทหรือผู้ใหญ่ในเมืองไทยรู้สึกว่าเกิดที่ไทยดังที่ไทยและไประดับโลกได้ ไม่ได้อยากให้รู้สึกว่าต้องมาจากต่างชาติอย่างเดียว”

“ช่วงนี้ไม่มีโอกาสได้เจอพี่ก้องเลยครับ เจอล่าสุดก็น่าจะเป็นงานเตะบอล ก็ทำเฟสติวัลเหมือนกัน ขาดทุนแน่นอนครับ ผมรู้สึกว่าปีแรกเป็นปีที่เราจะโยนหินถามทางและเป็นปีที่จะจัดเท่าที่ไหว แต่เราเลือกที่จะจัดให้มันใหญ่ที่สุด ให้คนที่ไปรู้สึกว่าคุ้มค่า มันกลายเป็นว่าคุ้มค่ากับเราในหนึ่งเรื่องคือ stories ของเราที่เราสร้างมาตั้งแต่ต้นปี พอถึงวันที่เราทำมาจริงๆ ก็ไม่ได้ทำให้มันจบไปแต่ทำให้เขารู้สึกว่าควัก 1,000 บาทไปงานเราต้องได้อะไรบ้าง คุ้มค่าไหม โอเคมันอาจจะขาดแต่มันขาดด้วยตัวเราเอง แค่เวทีมันก็หลายบาทแล้วครับ หลายล้านเพราะเราอยากให้เขารู้สึกคุ้มค่ากับการถ่ายรูปออกมา มันขาดทุนด้วยตัวผมเองครับ เพราะผมอยากทำมันใหญ่ ไม่เข็ดครับปีสองทำใหญ่กว่านี้ แต่ก็ภูมิใจครับ ถ้าปีที่สองก็น่าจะมีพี่ๆ ไปเยอะกว่าเดิม ปีสองก็น่าจะได้กำไรแหละ”

“ถามว่าขาดทุนเท่าไหร่ก็หลักล้านแหละครับ หลักล้านขึ้น ผมไม่ได้นอยด์ครับ ถ้าผมชอบผมก็ไม่รู้สึกนอยด์ อันนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเป็นเหมือนผมเพราะบางคนอาจจะทุนน้อย บางคนมาคอมเมนต์ว่ามึงรวยแล้วก็ทำได้ ผมไม่ได้ดราม่า แต่อย่างบางทีมันเป็นความชอบเรา คือถ้าเราชอบเสร็จปั๊บ เราก็จะมองรายได้ที่เรามีและทำสิ่งที่ควรเป็น มันพอดีกับเรา ถ้าวันหนึ่งมันต้องแลกกับการที่เราเฟลหรือขาดทุนแต่ถ้าเราเลือกทำแล้วมันสุขไปแล้วมันก็จะบาลานซ์กัน”

“ส่วนเรื่องที่พี่โหน่งโพสต์ เขาอิจฉาหลายคนที่โกง เวลาศิลปินโดนโกงแล้วผู้จัดการจะมีเงินเหลือหลายล้าน ผู้จัดการผมก็เลยคิดว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวที่โกงผม แต่บอกเลยว่ายากครับ ผมเปิดบัญชีบริษัทของตัวเองด้วยและมีบัญชีบุคคล พี่โหน่งแกขายงาน แกก็ส่งเข้าผมตลอด เลยอยู่ด้วยกัน 10 ปีได้เพราะความปลอดภัย เราเองไม่ได้เป็นแค่นักร้องของพี่เขาแต่เราก็เหมือนเป็นบอสกับบอสอยู่ด้วยกันมีอะไรเราก็แชร์กัน ทั้งเรื่องของเบื้องหน้าเบื้องหลัง พอเรื่องของความเชื่อมโยงในการออกคอนเสิร์ตมันหยุดแล้ว เรามาอยู่ด้วยกันแบบครอบครัวมันก็เลยค่อนข้างที่จะเกิดเรื่องนั้นได้ยาก”

“ผมว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ยากมาก ยิ่งสมัยนี้ เด็กบางคนเขามีแค่ความฝันแต่เขาไม่ได้มีกำแพงที่แข็งแรงเพราะฉะนั้นเขาก็เลือกไม่ได้ การที่จะยื่นข้อเสนอว่าจะมาดูแลยื่นข้อเสนอ เขาก็คิดว่าคนนี้เป็นคนดี แต่เราก็ไม่รู้ เขาอาจจะเป็นคนดีตั้งแต่แรกแต่ด้วยเม็ดเงินมันหอมมากขึ้น มันก็ทำให้คนเปลี่ยนโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว หรืออาจจะมีความจำเป็นแต่ความจำเป็นนั้นมันไม่ถูกต้องกับกฎเกณฑ์ของการดูแลศิลปินก็เป็นได้ ผมว่ามันมีหลายรูปแบบ สุดท้ายแล้วผู้จัดการกับนักร้องตื่นเช้ามาเจอ ชีวิตเจอเหตุการณ์ไม่เหมือนกัน ผมว่าเรื่องแบบนี้ไม่น่าเกิด  คิดว่าคนไม่น่าเข้าใจผิดครับเพราะรู้นิสัยพี่โหน่ง เขาไม่ใช่เรื่องจริง”

“ส่วนเรื่องหัวใจของผม ผมไม่ได้โลกสวย ผมโสดจริงๆ มีแค่กลุ่มเพื่อนๆ แก๊งผู้หญิงที่เป็นเพื่อนจริงๆ แก๊งที่มีผัวอยู่แล้วก็มี แต่เราไปกินข้าวกัน ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงมาจีบ คือเราก็ชิลชิล เป็นแก๊งผู้หญิง แต่ไม่ได้มีการออกเดทหรืออะไร ที่ไม่มีแฟนเพราะเรารู้สึกว่าเราไม่ได้เหงามานาน เราก็เลยรู้สึกว่าอยากจะเหงานานๆ บ้าง ถ้าเป็นตอนอายุ 20 อาจจะคิดอีกแบบหนึ่งแต่พอเรา 30 เรากลับไปย้อนมองตัวเองตอนอายุ 20 เราคิดว่าเราทำอะไรอยู่ ความรู้สึกที่อยากจะมีแฟนมันก็เปลี่ยนไปตามความคิดแหละครับ ยิ่งด้วยเราทำงานและอยู่กับบางอย่างแล้วมันพอดีแล้ว ผมอยากกินเครปญี่ปุ่น ด้วยรสชาติที่เป็นหมูหยองกับพริกเผาก่อน ผมยังไม่อยากเอาไส้หวานมาใส่ไป ไม่รู้ว่าโสดมานานเท่าไหร่แล้ว น่าจะประมาณสองปีครับ จริงๆ จีบได้หมดครับ ผมไม่เลือกอายุ แต่เราก็คงต้องชอบซึ่งกันและกันเห็นแล้วเราต้องรู้สึกชอบเขาแล้วเขาก็ชอบเรา”

ขอบคุณภาพจาก:เบิ้ล ปทุมราช