ด้วยเสียงสนับสนุนถึง 293 เสียง ทิ้งห่าง ‘เท้ง’ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน แบบไม่เห็นฝุ่น

แต่สิ่งที่เกินความคาดหมายไปบ้างในช่วงเวลานี้ คือการที่  ‘สุริยา วงศ์อารีย์’  สส.อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน กล้าแหกมติพรรคไปโหวตหนุน นายกฯหนู’ ด้วย ท่ามกลางกระแสข่าวการดูดงูเห่าด้วยตัวเลขล่อใจ 20 ล้าน เปย์รายเดือนอีก 4 แสน พร้อมอัดงบประมาณลงพื้นที่อีกหลายร้อยล้านในอนาคต นอกจากจากนั้นยังมีความพยายามในการชักชวน สส. อีสานหลายรายให้ย้ายค่ายตามไปด้วย

หลังมีการสวนมติพรรคเกิด  หัวหน้าเท้ง” พร้อมแกนนำพรรคประชาชน รุดแถลงข่าวบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าการโหวตเลือกนายกฯ รอบนี้ จะมีกรณีงูเห่าเกิดขึ้น ซึ่งคิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากคนที่ซื้องูไปหวังทำลายความเชื่อมั่นของพรรคประชาชน เพราะเสียง สส.ซีกรัฐบาลก็มีเกินพออยู่แล้ว จากนี้พรรคจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารเพื่อหาแนวทางจัดการงูเห่ารายนี้ต่อไป 

ทั้งนี้เสียงจากสมาชิกพรรคประชาชนก็มีทั้งการขอให้ขับพ้นพรรคไปเลย ไม่ต้องมาสังฆกรรมกันอีก หรือบางส่วนที่ต้องการให้ดองงูเห่าไว้เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้คนที่เป็นงูเห่าไปทำงานการเมืองกับพรรคที่ซื้อตัวไปได้สมใจปรารถนา อย่างไรก็ตามแกนนำพรรคประชาชนออกมายืนยันว่าจะไม่ใช้วิธีขับออกเด็ดขาด แต่จะใช้การลงโทษขั้นสูงสุด เพื่อเป็นการดัดหลังงูเห่า ซึ่งต้องคอยดูว่าพรรคจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

กรณีงูเห่าเป็นปมปัญหาสำคัญของพรรคส้มตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่มาจนถึงพรรคประชาชน   สิ่งที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดคือกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครของพรรคที่มีปัญหามาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณสมบัติ หรืออุดมการณ์ของผู้สมัคร ที่หวังเพียงแค่เกาะกระแสพรรคส้มเข้าสภา  ไม่เท่านั้นในกรณีงูเห่ารายล่าสุดนี้  ยังมีการสาวไส้จาก สส.อีสานของพรรคเอง  ซึ่งระบุในทำนองว่าชนะเลือกตั้งเพราะมีการซื้อเสียงเข้ามาหรือไม่  ในขณะที่พรรคประชาชนกำลังตรวจสอบการทุจริตเลือกตั้งอย่างเอาเป็นเอาตาย รวมทั้งด้อมส้มเองที่ตราหน้าว่าพรรคการเมืองอื่นชนะเลือกตั้งเพราะซื้อเสียง

ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นความรับผิดชอบของแกนนำและผู้บริหารพรรคประชาชนว่าจะมีการตรวจสอบคนกันเองด้วยหรือไม่ และจะแสดงความรับผิดชอบในเรื่องการการคัดสรรผู้สมัครอย่างไร เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เคยเป็นหอกดาบพุ่งไปยังพรรคอื่น วันนี้กลับกลายเป็นบูมเมอแรงซัดกลับเข้าใส่ตัวเองไม่หยุด จนพรรคส้มที่เป็นความหวังของการทำการเมืองแบบใหม่ ใกล้กลายสภาพเป็นการเมืองแบบเก่าที่พรรคเคยเดียดฉันท์มาตลอด

ที่สำคัญยังมีด่านหินที่รอพรรคส้มอยู่คือคดี 44 สส. เข้าชื่อเสนอกฎหมายและใช้ มาตรา 112 หาเสียงเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่  ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  เตรียมส่งคดีให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง อดีต สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นแกนนำพรรคประชาชนในขณะนี้  

หากผลออกมาเป็นไปในทิศทางเลวร้าย แกนนำพรรคถูกเชือดด้วยนิติสงคราม และยังไม่สามารถจัดกระบวนทัพรับศึก หรือมีผู้นำคนใหม่ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับ สส.และกู้คืนวิกฤตศรัทธาจากประชาชนชนได้  ปรากฏการณ์เลือดไหล และ งูเห่าสีส้ม” คงไม่ได้จบแค่ สส.เขต 7 อุดรธานีแน่นอน.