จากกรณี เทศบาลนครเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตรวจพบใบอนุญาตก่อสร้างอาคารที่ออกโดยเทศบาลนครเกาะสมุย ให้กับเจ้าของอาคาร ว่ามีความผิดปกติในระบบการออกใบอนุญาต และไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จนนำไปสู่การตรวจสอบ ซึ่งหลังเกิดเหตุ นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย ได้มีคำสั่งให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น
ฉาวเกาะสมุย! แฉปลอมใบอนุญาตก่อสร้าง วิลล่าหรูต่างชาติสะเทือนความเชื่อมั่น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 มี.ค. นายพัลลภ มีเพียร นิติกร เทศบาลนครเกาะสมุย เปิดเผยว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวตรวจพบครั้งแรกเมื่อเดือน ต.ค.2568 จากความผิดปกติของการก่อสร้างอาคารบุคคลธรรมดา 1 ราย และจากการแก้ไขอาคารของสถานประกอบธุรกิจ 1 ราย หลังผู้ได้รับอนุญาตทั้ง 2 รายดำเนินการก่อสร้างและแก้ไขอาคาร และเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่าผู้ได้รับอนุญาตทั้ง 2 ราย ได้แสดงใบอนุญาต่อเจ้าหน้าที่ แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรี ซึ่งปรากฏลายเซ็น กลับไม่ทราบเรื่อง แต่พบว่าเป็นการออกให้โดย “เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการธุรการ ประจำสำนักช่างฯ” จึงได้มีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และย้ายเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวออกจากหน้าที่ประจำ
เบื้องต้น พบว่ามีมูล ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนวินัยร้ายแรง และในทางคดีอาญา เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวให้การปฏิเสธ จึงอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในข้อหาปลอมแปลงลายมือชื่อ และปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ภายในสัปดาห์หน้านี้

นายพัลลภ กล่าวด้วยว่า ระหว่างตั้งกรรมการสอบสวน ยังได้พบการกระทำในลักษณะเดียวกันจากการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารวิลล่าให้กับนิติบุคคล ที่ตรวจสอบพบโดยสำนักงานที่ดิน ขณะมีการโอนซื้อขาย ซึ่งพบว่าใบอนุญาตดังกล่าวออกมานานร่วม 10 ปี ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคาร ในพื้นที่ ต.มะเร็ต ที่กำลังมีการก่อสร้างอาคาร จำนวน 10 หลัง ซึ่งผู้ดูแลโครงการได้นำใบอนุญาตมาแสดง แต่จากการตรวจสอบกลับไม่พบใบอนุญาตในสารบบ ซึ่งผู้ครอบครองใบอนุญาตอ้างว่า ได้รับใบอนุญาตทั้ง 10 ฉบับจากเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว และอ้างว่าจ่ายเงินเป็นค่าดำเนินการให้ทั้งสิ้น 350,000 บาท ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและการสอบสวนของตำรวจ เทศบาลในฐานะผู้เสียหาย จะเร่งรวบรวมพยานเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ตรวจพบใบอนุญาตก่อสร้าง, ต่อเติมอาคารที่เชื่อว่าเป็นการทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ซึ่งกลายเป็นประเด็นสนใจของชาวเกาะสมุย และผู้ที่ติดตามข่าวสารเป็นอย่างมาก
ด้าน พ.ต.ท.เฉลิมศักดิ์ อักษรเพียร พนักงานสืบสวน สารวัตรปฏิบัติงาน ช่วยราชการศูนย์ประสานปฏิบัติการที่ 4 กอ.รมน. ซึ่งเป็นเคยช่วยราชการ กอ.รมน.ภาค 4 ในคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 เข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานสืบสวน กอ.รมน. ภายใต้ สมุยโมเดล ให้ข้อมูลว่า ในการเข้าทำงานตรวจสอบ โดยเฉพาะพื้นที่ห้ามก่อสร้าง หรือ พื้นที่สีแดง เจ้าหน้าที่พบใบอนุญาตก่อสร้างที่ลงนามโดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบครบถ้วน และเชื่อว่าเป็นใบอนุญาตที่ออกโดยผู้มีอำนาจ

จึงสรุปความเห็น ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ ความผิดฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และโดยส่วนตัวในฐานะนักกฎหมายมีความเห็นว่า เจ้าพนักงานมีหน้าที่รับผิดชอบไม่สามารถยกข้ออ้างเหตุทุจริตของบุคคลอื่นมาเพื่อปัดความรับผิดชอบเพื่อให้พ้นผิดได้
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวระบุด้วยว่า ที่ผ่านมา พื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้เกิดปัญหาสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะอาคารวิลล่าหรูบนเขาสูง ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ครอบครองอาคารจะเป็นชาวต่างชาติ ที่จดทะเบียนบริษัทนิติบุคคลสัญชาติไทย แล้วนำไปปล่อยเช่ารายวันให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยกันในลักษณะสถานประกอบการโรงแรมที่พัก จนทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ผวาเกรงจะไม่ปลอดภัยจากการสร้างอาคารบนที่สูง จึงได้เรียกร้องให้หน่วยงานราชการเข้าตรวจสอบ ซึ่งการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า นอกเหนือจากมีสำนักงานที่ปรึกษาด้านกฎหมายที่คอยให้การช่วยเหลือชาวต่างชาติเข้าครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแล้ว ยังมีขบวนการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่ไม่ต้องผ่านระบบที่ถูกต้องอีกด้วย.



