สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ว่า สำนักข่าวออนไลน์ “อักซิออส” ของสหรัฐ รายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่าแม้สถานการณ์สู้รบในสมรภูมิตะวันออกกลางยังคงดุเดือด แต่ในเวลาเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต้องการข้อตกลงที่ “ยิ่งใหญ่และรวดเร็ว” เพื่อยุติการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ และลดอุณหภูมิความขัดแย้งในภูมิภาค โดยไม่ต้องการให้สหรัฐจมดิ่งสู่สงครามที่ยืดเยื้อและมีค่าใช้จ่ายสูง
ทั้งนี้ ทรัมป์มอบหมายให้นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลาง และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของตัวเอง ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับผู้นำกลุ่มประเทศอาหรับหลายแห่ง รวมถึงซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เพื่อให้สามารถทำหน้าที่เป็นคนกลางหรือ “ผู้รับรอง” ข้อตกลง
From “wordsmithing” Iran’s demand for reparations to U.S. insistence on missile limits, Trump’s Admin plans for potential peace talks
— Marc Caputo (@MarcACaputo) March 21, 2026
There are no direct talks at this time, just messages relayed through 3rd parties
Behind the scenes with @BarakRavid https://t.co/hLtiqeNm2L
มีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการ “ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน” เพื่อจูงใจให้อิหร่านยอมถอยในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ และยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธตัวแทนในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเตหะรานมีเงื่อนไขที่จริงจังเช่นกัน ว่าสหรัฐและอิสราเอลต้องยุติปฏิบัติการทางทหาร และถอนกำลังทั้งหมดออกไปจากตะวันออกกลาง ยิ่งไปกว่านั้น อิหร่านยังคง “มีความระแวง” ต่อการเจรจากับสหรัฐ ซึ่งถอนตัวฝ่ายเดียวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ เมื่อปี 2561
รายงานของอักซิออสชี้ว่า ปฏิบัติการเบื้องหลังทางการทูต คือส่วนที่เป็น “ข้อเสนอจูงใจ” ขณะที่คำขู่ของทรัมป์และการเคลื่อนไหวทางทหารของกองทัพสหรัฐ คือการพยายามบีบให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ต้องเลือกทางใดทางหนึ่งระหว่าง “ความพินาศทางเศรษฐกิจ” หรือ “ข้อตกลงสันติภาพใหม่”.
เครดิตภาพ : REUTERS



