นาทีนี้ต้องยอมให้เขาเลย สำหรับพระเอกหนุ่มหน้าใสฝีมือฉกาจ “ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร” ที่แม้ภาพรวมวงการบันเทิงจะดูซบเซา แต่หนุ่มต่อกลับงานชุกสวนกระแส ล่าสุดถือฤกษ์ดีบวงสรวงภาพยนตร์โรแมนติกฟอร์มยักษ์ “Her In Frame เธอในภาพนั้น” ของบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด โดยเจ้าตัวเปิดใจกับสื่อมวลชนว่า
“ผมเชื่อในเรื่องของผู้คนที่อยู่ด้วยกันผมรู้สึกว่าผมไม่เคยถอดใจ ทุกอย่างมีขึ้นมีลง ตัวผมเองก็มี แต่ผมกล้าพูดว่าผมไม่เคยมีความคิดที่จะทิ้งที่นี่ และต่อให้มันมีจำนวนน้อย แต่ถ้าผมมีโอกาสสิ่งเดียวที่มันจะไม่ลดลงคือคุณภาพ ผมก็จะยังคงพามันไปให้ไกลให้ได้ (สิ่งที่การันตีว่ารวมงานกับต่อ ธนภพแล้วมันจะปัง?) เป็นคำถามที่ไม่น่าจะตอบได้ด้วยตัวของเราเอง บางครั้งผมก็ไม่รู้ครับแต่ผมมั่นใจว่าเวลาผมทำงานกับใครผมเป็นแบบนี้”
“ช่วงขาลงของผมก็มีครับอย่างช่วงที่ชัดมากๆก็คือสมัยก่อน Side by Side ก็เป็นช่วงที่ผมซัฟเฟอร์ เพราะว่าอันนั้นเป็นหลัง Hormone หลายปีคนเริ่มไม่เชื่อแล้วว่าเรา เป็นเด็ก แต่คนก็ไม่เชื่อว่าเราโตมันไม่สามารถหาโปรเจคที่จะซื้อความเชื่อคนดูได้ง่ายขนาดนั้นโชคดีที่มันมี Side by Side ตอนนั้นแล้วมันเป็นช่วงที่มันเหมือนกับลังเลว่าจะไปได้ไหมนะ แต่ Side by Side มันเหมือนเป็นไม้กระดาน ที่มาดันบอกว่าไปสิ ไปได้ ครับ”

“เรื่องของการมู ผมอาจจะไม่ได้เชื่อเรื่องนั้น แต่ผมเชื่อเรื่องของการทำบุญ หมายถึงว่าผมทำบุญแต่ผมไม่ได้ทำเพราะว่าหวังผลอะไร หรืออย่างตอนน้ำท่วมภาคใต้ ผมไม่ได้เป็นคนที่ช่วยแล้วมาพูด แต่ช่วยเงียบๆ เราก็ไม่ได้ตัวใหญ่ขนาดนั้น ตอนนี้ผมก็ยังเข้าคลาสเรียนแอ็คติ้งอยู่ถ้าผมหยุดเข้าเมื่อไหร่ผมก็น่าจะห่วยเมื่อนั้น ผมก็ว่าการเรียนรู้ทุกอย่างมันไม่สิ้นสุด น่าจะต้องเรียนไปเรื่อยๆครับ บางครั้งที่เรียนอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่เลยแต่ผมหยุดลองไปซัก 3 เดือนมันก็จะมีคำว่าสนิมขึ้น ไม่มีใครเก่งอยู่ตลอดเวลาครับ”





