นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงแผนการรับมือมาตรการภาษี และการถูกไต่สวนจากสหรัฐ มาตรา 301 กฎหมายการค้า ค.ศ.1974 ว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งหารือกับภาคเอกชน เพื่อทำข้อมูลแก้ต่าง และส่งความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรเข้าระบบไต่สวนของสหรัฐ ภายในวันที่ 15 เม.ย. 69 เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาไทย 2 ประเด็น คือ 1. มีกำลังการผลิตเกินในบางอุตสาหกรรม ใน 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง 2.การนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานภาคบังคับ กลุ่มสินค้าปลา น้ำมันปลา กลุ่มอาหารสัตว์ และกลุ่มเสื้อผ้า

“ที่ผ่านมากระทรวงได้ตั้งคณะทำงานเตรียมการรับมือผลกระทบภาษีสหรัฐ เพื่อศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะ แนวทางรับมือแล้ว โดยคาดว่า สหรัฐอาจเร่งการไต่สวนเพื่อให้ทันกับการเก็บภาษี 10% ตามมาตรา 122 ที่จะสิ้นสุดเดือน ก.ค.นี้ เพราะอาจนำการขึ้นภาษีตามมาตรา 301 มาใช้แทน ซึ่งในกรณีที่ไทยเจรจาแก้ต่างไม่สำเร็จ สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าไทยแยกเป็นกลุ่มรายการสินค้าที่มีการไต่สวนเท่านั้น ไม่ได้เหมาขึ้นภาษีหมดเหมือนภาษีตอบโต้ที่เคยเก็บจากไทย 19%

สำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐ ล่าสุด ไทยเดินหน้าหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ  อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดเพิ่งหารือร่วมกันเมื่อต้นเดือน ก.พ. 69 โดยสาระสำคัญของการหารือ จะอิงตามเนื้อหาที่อยู่ในแถลงการณ์ร่วมไทย-สหรัฐ ที่ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อเดือน ก.ค. 68 ที่มาเลเซีย เช่น การเจรจาลด เลิกอุปสรรคทางการค้า ยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (เอ็นทีบี) ฯลฯ ส่วนการเปิดตลาดนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ ยังไม่ได้หารือกันในรายละเอียด

“การเจรจาข้อตกลงเกี่ยวกับภาษีตอบโต้กับสหรัฐ ที่ค้างไว้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการเปิดเสรีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ 99% การผ่อนปรนมาตรการทางการค้า เช่น นำเข้าเนื้อหมู แม้ศาลสูงสุดสหรัฐตัดสินให้การใช้มาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ แต่กรมฯ ยังไม่ยกเลิกการเจรจา โดยนำข้อเสนอไว้บนโต๊ะเจรจาอยู่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาเพิ่มเติม”

น.ส.โชติมา กล่าวว่า เพื่อเป็นการรับมือมาตรการภาษีการค้าจากสหรัฐ กรมฯ จะเร่งเดินหน้าผลักดันความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ให้เร็วขึ้น โดยในส่วนที่ลงนามไปแล้ว 3 ฉบับ ได้แก่ เอฟทีเอ ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (เอฟตา) ไทย-ภูฏาน ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนกฎหมาย คาดจะใช้ได้วันที่ 1 ม.ค. 2570 ส่วนไทย-ศรีลังกา ไทยทำเสร็จแล้ว รอขั้นตอนทางกฎหมายจากศรีลังกาอยู่  สำหรับเอฟทีเอที่เจรจาอยู่ คือ เอฟทีเอไทย-สหภาพยุโรป (อียู) ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ตั้งเป้าหมายเจรจาจบปี 69  

นอกจากนี้ ยังมีเอฟทีเอใหม่ที่จะเริ่มต้นเจรจา เช่น ไทย-แคนาดา ที่ผู้นำสองฝ่ายได้พูดคุยกันไว้ เมื่อตั้งรัฐบาลเสร็จแล้ว ก็จะเสนอ ครม. รวมถึงเอฟทีเอไทย-บังกลาเทศ กำลังดูความพร้อมของคู่เจรจา และยังมีเอฟทีเอ อัปเกรดฉบับเดิม เช่น ไทย-เปรู ที่จะเร่งเจรจาเปิดตลาดสินค้าที่เหลืออีก 30% ให้จบ อาเซียน-อินเดีย ที่จะอัปเกรดเพิ่มการเปิดตลาด และยังมีการเร่งปิดดีลความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน  ที่ตั้งเป้าจบในเดือน เม.ย. 69 และลงนามความตกลงเดือน พ.ย. 69