ในช่วงที่ผ่านมา กระแสความกังวลเรื่อง “วิกฤตเม็ดพลาสติก” ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่า จะส่งผลกระทบเป็นโดมิโนทำให้สินค้าขาดตลาดหรือพาเหรดกันขึ้นราคาในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมนี้
ล่าสุดทีมข่าว เศรษฐกิจ เดลินิวส์ ได้มีการพูดคุยกับ วิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ออกมาไขข้อสงสัยพร้อมกางแผนรับมือวิกฤตครั้งนี้อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:
1. สต็อกสินค้ายังแน่น ยืนยัน “ไม่ขาดแคลน”
จากการตรวจสอบล่าสุด กรมการค้าภายในยืนยันว่าสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นยังมีสต็อกเพียงพอรองรับการใช้งานได้อย่างน้อย 2 เดือน (ครอบคลุมช่วง เม.ย.-พ.ค. 69) สำหรับ “เม็ดพลาสติก” ที่หวั่นว่าจะขาดแคลนนั้น ข้อมูลระบุชัดว่ายังมีปริมาณเพียงพอใช้ได้นานกว่าที่กังวลกันแน่นอน
2. ยกระดับ “เม็ดพลาสติก” เป็นสินค้าควบคุม
เพื่อตัดวงจรการฉวยโอกาสและกำกับดูแลให้ครอบคลุม กรมฯ เตรียมเพิ่มมาตรการนำ “เม็ดผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก” เข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุม เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นน้ำ (การผลิต/นำเข้า) กลางน้ำ (สต็อก) ไปจนถึงปลายน้ำ (ราคาขาย) ได้อย่างถูกต้องและโปร่งใส
3. คุมเข้ม 71 รายการ “ห้ามขึ้นราคาพละการ”
ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อปรับทบทวนบัญชีสินค้าควบคุมจากเดิม 59 รายการ เพิ่มเป็น 71 รายการ โดยมีไฮไลต์ที่สำคัญคือ:
- สินค้าเดิม 13 รายการที่ต้องคุมเข้ม: เช่น กระดาษชำระ, แชมพู, ผงซักฟอก, น้ำยาซักผ้า, สบู่ และผ้าอนามัย จากเดิมที่เพียงแค่ “แจ้ง” เปลี่ยนแปลงราคา จะยกระดับเป็น “ต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคาทุกครั้ง”
- สินค้าใหม่ 12 รายการ: รวมถึงเม็ดพลาสติกและสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันอื่นๆ
4. สถานการณ์สินค้ายอดฮิต: บะหมี่ฯ-ปุ๋ย-น้ำมันพืช
- บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป: ยืนยันว่ายังไม่มีผู้ผลิตรายใดขอขึ้นราคา แม้จะมีความกังวลเรื่องบรรจุภัณฑ์แต่กรมฯ กำลังเร่งช่วยเหลือ
- ปุ๋ยเคมี: สต็อกในประเทศใช้ได้ถึงเดือน พ.ค. โดยมีการปรับแผนนำเข้าจากแหล่งอื่นอย่างมาเลเซียมาทดแทนส่วนที่ขาดหายไปจากแถวตะวันออกกลาง
- น้ำมันปาล์ม: สต็อกเก่ายังตรึงราคาอยู่ที่ 42-50 บาทต่อขวด ส่วนสินค้าล็อตใชมใหม่อาจมีการขยับตามต้นทุนจริง
5. มาตรการเชิงรุก “ธงฟ้า” ทั่วไทย
รัฐบาลเตรียมเร่งอัดฉีดงบประมาณร่นระยะเวลาจัดมหกรรมธงฟ้าจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด จากเดิมที่ต้องใช้เวลาทั้งปี ให้จบภายใน 4 เดือน (23 มี.ค. – ส.ค.) พร้อมขยายโครงการ “ธงเขียวพลัส” ปุ๋ยราคาถูกให้ครอบคลุม 50 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร
6.มาตรการ “ไทยช่วยไทย”: สินค้าเฮ้าส์แบรนด์ (House Brand) ทางเลือกราคาประหยัด
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รุดหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และผู้ผลิตห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เพื่อจัดทำโครงการ “ไทยช่วยไทย” * กลยุทธ์สินค้าทางเลือก: เน้นการนำสินค้ากลุ่ม House Brand (สินค้าที่ห้างผลิตเอง) และแบรนด์ทางเลือกที่มีคุณภาพดีแต่ราคาถูกกว่า เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดสูง มาวางจำหน่ายเพื่อลดภาระค่าครองชีพ
- กลุ่มสินค้าเป้าหมาย: ครอบคลุมทั้งสบู่ แชมพู ยาสีฟัน ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช และอาหารกระป๋อง โดยจะเริ่มจำหน่ายผ่านเครือข่ายห้างสรรพสินค้าและร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป



