นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้การดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่กำหนดให้มีการติดประกาศราคาที่คลังน้ำมันทุกแห่ง จากเดิมที่ไม่เคยมี เพื่อเป็นการประกาศราคาไม่ให้สูงเกินกว่าราคาที่สถานีบริการนั้นได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ผลการตรวจสอบคลังน้ำมัน 8 จุด ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 21-22 มี.ค.ที่ผ่านมา ของกระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอ ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจคลังน้ำมัน ไม่พบว่ามีความผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งการตรวจวัดปริมาณน้ำมันที่อยู่ในคลังและจำนวนที่ขายออกไป ทุกอย่างถูกต้องตรงกัน  

อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ตามสถานีบริการน้ำมันที่ยังขาดอยู่นั้น เกิดจากความต้องการที่สูงกว่าปกติมาก ทำให้การส่งน้ำมันทางท่อ และรถขนส่งทำได้ล่าช้า เนื่องจากท่อต้องส่งน้ำมันสลับชนิดตามปฏิทิน ประกอบกับปริมาณการใช้น้ำมันโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลได้เพิ่มขึ้นกว่าปกติจำนวนมาก โดยบางวันการใช้ดีเซลพุ่งสูงถึง 100 ล้านลิตร เกือบ 2 เท่าของค่าเฉลี่ยปกติ 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เข้าใจที่ทางประชาชนได้เห็นภาพของน้ำมันในสถานีบริการต่าง ๆ ที่ยังขาดอยู่ ซึ่งในระบบการส่งน้ำมันจากคลังออกไปยังสถานีบริการต่าง ๆ จะมี 2-3 เรื่อง ทั้งการส่งตามท่อ ไปที่คลังน้ำมันปลายทาง และรับกันที่ปลายทางด้วยรถขนน้ำมัน แล้วจะมีรถน้ำมันที่ขนไปภาคใต้ โดยการส่งน้ำมันทางท่อจะไม่สามารถส่งน้ำมันพร้อมกันทุกชนิดได้ในเวลาเดียวกัน โดยการส่งจะมีปฏิทินการส่งอยู่ วันนี้อาจส่งน้ำมันชนิดนี้ และอีกวันอาจส่งอีกชนิดหนึ่ง ทำให้ช่วงเวลาที่ประชาชนไปซื้อน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันสูงกว่าเวลาปกติ ก็จะทำให้การส่งน้ำมันจากคลังผ่านท่อไปยังคลังปลายทางและขึ้นรถไปส่งที่สถานีบริการอาจทำได้ล่าช้า

อย่างไรก็ตามโดยรวมจากที่มีการรายงานสถานการณ์ในแต่ละปั๊มขาดน้ำมันก็เริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังจากมีการให้ขนส่งน้ำมันได้ 24 ชั่วโมง โดยจากการเติมน้ำมันโดยปกติ มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 65-66 ล้านลิตร เฉลี่ยประมาณ 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่บางวันในช่วงสัปดาห์ที่มีเหตุการณ์ใหม่ ๆ มีการใช้น้ำมันโดยเฉพาะดีเซลประมาณกว่า 100 ล้านลิตร เพราะฉะนั้นเวลาที่การเติมน้ำมันโดยปั๊มน้ำมันหลายแห่งในช่วงเวลาปกติ หนึ่งวันจะขายอยู่ที่ 15,000 ลิตร สามารถขายได้ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน และตอนเช้าจะมีรถมาเติมน้ำมันใหม่ แต่ช่วงที่ผ่านมา น้ำมันจำนวน 15,000 ลิตร ที่เติมไปในตอนเช้า ปรากฏว่าประมาณเที่ยงวันก็หมดแล้ว จึงทำให้ต้องขนส่งน้ำมันไปเติมบ่อยขึ้น

“ด้วยปริมาณความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงคือในช่วงที่ผ่านมา อาจด้วยความหวั่นเกรงว่าจะไม่มีน้ำมัน ซึ่งผมยืนยันว่าน้ำมันยังมี เพราะตัวเลขที่เช็กจากกรมศุลกากร จะเห็นว่าน้ำมันดิบที่วิ่งเข้ามาในประเทศไทย หากนับตั้งแต่วันที่ 1-20 มีนาคม 69 มีน้ำมันดิบเข้าประเทศมาแล้วกว่า 3,400 ล้านลิตร ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอในการกลั่นใช้ในประเทศ เพียงแต่น้ำมันดิบที่เรากลั่นออกมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศ จะมีกำลังการกลั่น 175 ล้านลิตร”

ทั้งนี้ในส่วนดีเซลจะมีประมาณ 77 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในขณะนี้ความต้องการเพิ่มขึ้นมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน โดยทางโรงกลั่นก็พยายามเพิ่มกำลังการผลิตอย่างเต็มที่ แต่ก็ทำได้ไม่มากนัก เพราะด้วยกำลังการกลั่นที่มีอยู่แค่นี้จึงสามารถเพิ่มได้อีกนิดหน่อย โดยบางโรงกลั่นก็เพิ่มกำลังการกลั่นเดิม 100% เพิ่มขึ้นมาเป็น 110% ก็พยายามทำเต็มที่เพื่อให้มีน้ำมันเข้ามา ส่วนที่จะมีการเติมเข้ามาเพื่อเป็นการผ่อนคลายน้ำมันที่เคยมีคำสั่งไว้ให้เพิ่มขึ้น 0.5% ในช่วงสิ้นเดือน ซึ่งช่วยผ่อนคลายได้อีก

ขณะเดียวกันยังมีเรื่องการตรวจสอบของกรมการปกครองที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศประมาณ 9,387 แห่ง พบว่าประมาณ 8,000 แห่งมีปัญหาด้านการขนส่ง นั่นคือน้ำมันถูกเติมจนหมดปั๊ม และต้องรอให้ขนส่งวิ่งเข้าไปส่ง.