สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ว่าแหล่งข่าวระดับสูงด้านความมั่นคงของสหรัฐกล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารเพื่อโจมตีเป้าหมายในอิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไป ไม่ว่าจะเป็นฐานทัพ คลังแสงอาวุธ โรงงานผลิตโดรน และฐานยิงขีปนาวุธ เนื่องจากคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ “ให้ชะลอหรือระงับการโจมตี” ออกไป 5 วัน มีผลบังคับใช้เฉพาะเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงไฟฟ้าเท่านั้น เพื่อป้องกันหายนะด้านมนุษยธรรม และรักษาเสถียรภาพตลาดพลังงานโลกที่มีความผันผวนสูง
ขณะที่อิหร่านมองว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นการ “ข่มขู่ที่ยอมรับไม่ได้” และยืนยันว่า ตราบใดที่การโจมตีเป้าหมายทางทหารยังดำเนินอยู่ อิหร่านก็จะยังคงใช้สิทธิในการตอบโต้กลับด้วยขีปนาวุธอย่างเต็มรูปแบบเช่นกัน
ด้านทรัมป์ยังคงยืนยันว่า การเจรจาลับกับอิหร่านกำลังดำเนินอยู่ โดยสหรัฐกำลังพิจารณาว่า “จะสามารถบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมกว้างขวางกว่าเดิมได้หรือไม่” ซึ่งทรัมป์กล่าวเสริมด้วยว่า เชื่อว่าอิหร่านยอมตกลงแล้วว่า จะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง
US to continue Iran strikes, pause applies only to energy sites, Semafor reports https://t.co/BNMhnDkbZc
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) March 24, 2026
ผู้นำสหรัฐย้ำว่า ผู้นำระดับสูงของอิหร่าน “จำนวนมาก” เสียชีวิตในปฏิบัติการทางทหารของอเมริกาและอิสราเอล และทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า อิหร่านมี “โอกาสสุดท้าย” สำหรับสันติภาพ แต่ยังคงปฏิเสธกล่าวว่า แล้วตอนนี้รัฐบาลวอชิงตันกำลังคุยกับใคร โดยกล่าวเพียงว่า “หวังว่าพวกเขาจะรับโอกาสนั้นไว้”
ขณะที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบัฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ออกมาปฏิเสธรายงานของสื่อตะวันตกหลายแห่ง ที่พากันประโคมข่าวว่า มีการหารือระหว่างตัวเขากับนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลางของทำเนียบขาว และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ อีกทั้งจะมีการเจรจากับนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ปากีสถาน ภายในสัปดาห์นี้ว่า “เป็นเฟคนิวส์อย่างแท้จริง”
กาลิบัฟกล่าวว่า “ข่าวปลอม” เหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อ “ปั่นกระแส” ตลาดน้ำมัน และยืนยันว่า ชาวอิหร่านต่าง “เรียกร้องให้มีการลงโทษผู้รุกรานอย่างสาสมและให้สำนึกผิด”.
เครดิตภาพ : REUTERS



