น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทย เดือน ก.พ.69 มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.9% ขยายตัว 20 เดือนติดต่อกัน คิดเป็นมูลค่า 912,567 ล้านบาท การนำเข้ามูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 31.8% คิดเป็น 1.01 ล้านล้านบาท ขาดดุลการค้า 2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 101,166 ล้านบาท รวม 2 เดือน ปี 69 (ม.ค.-ก.พ.) การส่งออก มูลค่า 61,012 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17% คิดเป็นเงินบาท นำเข้า 67,149 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.5% ขาดดุลการค้า 6,137.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 217,866 ล้านบาท

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมการส่งออกจะขยายตัว แต่ในการส่งออก สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 5.7% โดยสินค้าเกษตร ลด 3.6% และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ลด 7.7% โดยสินค้าสำคัญที่ลดลง อาทิ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย เครื่องดื่ม และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ส่วนสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลไม้ ไก่แปรรูป ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 13.3% มีสินค้าสำคัญ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ รถยนต์ โทรศัพท์ ขณะที่สินค้าหดตัว อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ เม็ดพลาสติก เครื่องสำอาง สบู่

น.ส.ณัฐิยากล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกเดือน มี.ค.69 คาดจะชะลอตัวลง จากปัญหาค่าระวาง ค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่มีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ผู้ส่งออก ต้องเร่งส่งออก เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ โดยมีระยะเวลาใช้ภาษี10% เพียง 150 วัน สำหรับการนำเข้า มองว่า อาจจะชะลอตัวลงเช่นเดียวกัน เพราะน้ำมันและวัตถุดิบบางอย่าง ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง โดยจะทำการทบทวนเป้าหมายการส่งออกอีกครั้งในช่วงเดือน เม.ย.69 หลังจากได้ตัวเลขการส่งออกไตรมาสที่ 1 แล้ว แต่ขณะนี้ ยังประเมินเป้าหมายการส่งออกทั้งปี 69 อยู่ที่ 3 สมมติฐาน คือ ดีที่สุด บวก 1% มีค่าเฉลี่ยส่งออกต่อเดือน 28,235.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระดับกลางมีโอกาส ติดลบ 1% มียอดส่งออกเฉลี่ยต่อเดือน 27,522.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากแย่สุด ส่งออกจะลบ 3% มีค่าเฉลี่ยยอดส่งออกต่อเดือน 26,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ