รายงานข่าวจากสื่ออเมริกัน เผยให้เห็นปรากฏการณ์ “Airport Abandonment” หรือการทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ที่สนามบินในสหรัฐ เพียงเพราะพวกมัน “ขึ้นเครื่องไม่ได้”
เปิดเคสสุดสะเทือนใจคนรักหมา-แมว ทิ้งกันได้ลงคอที่ประตูทางออก
เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความมักง่าย และขาดการวางแผน
เคสแรกที่พิตต์สเบิร์ก – ชายวัย 40 ปี ทิ้งลูกสุนัขลาบราดอร์ไว้ริมถนนหน้าสนามบินหลังจากรู้ว่านำขึ้นเครื่องไม่ได้ แถมยังโกหกตำรวจว่า “คนขับ Uber เป็นคนทิ้ง” แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏ

เคส 2 ที่ลาสเวกัส – หญิงรายหนึ่งผูกสุนัขทิ้งไว้ที่เคาน์เตอร์เช็กอินแล้วเดินไปขึ้นเครื่องหน้าตาเฉย โดยอ้างว่า “เดี๋ยวค่อยกลับมาตามหา เพราะมีอุปกรณ์ติดตาม (Tracker) ติดตัวหมาอยู่” แต่จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่กลับมารับ
ทำไมคนเหล่านั้นถึงนำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องไม่ได้?
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า สาเหตุส่วนใหญ่มาจากเจ้าของไม่ศึกษากฎระเบียบให้ดี ปกติแล้วการนำสัตว์เลี้ยงเดินทางต้องเตรียมตัวดังต่อไปนี้
- การจองล่วงหน้า – แต่ละสายการบินจำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงต่อเที่ยวบิน (ต้องจองโควตา)
- เอกสารสุขภาพ – สัตว์เลี้ยงต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีน และใบรับรองสุขภาพจากสัตวแพทย์
- กรงเดินทาง – ต้องได้มาตรฐาน IATA และมีขนาดใหญ่พอที่สัตว์สามารถกลับตัวได้
- ขั้นตอนเช็กอิน – บางสายการบินไม่อนุญาตให้ทำรายการหน้าเคาน์เตอร์โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

นี่คือตัวอย่างของ “ความรักที่ขาดความรับผิดชอบ” เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าคนบางกลุ่มยังมองสัตว์เลี้ยงเป็นเพียง “สิ่งของ” ที่พกพาได้เมื่อสะดวก และทิ้งได้เมื่อกลายเป็นอุปสรรคต่อความต้องการของตัวเอง
การมี Microchip หรือ GPS Tracker ไม่ได้หมายความว่า เราจะทิ้งน้องไว้ที่ไหนก็ได้ เพราะสภาพจิตใจของสัตว์ที่ถูกทิ้งในที่สาธารณะนั้น บอบช้ำรุนแรงไม่ต่างจากมนุษย์.
ที่มาและภาพ : insight korea



