เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม น.ส.รวิวรรณ จตุรพิธพร รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา Mr.Calvin Webb (นายเคลวิน เว็บบ์) ผู้ช่วยทูตประจำภูมิภาค สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ และ Mr.Patrick Mihoub ผู้ช่วยทูตฝ่ายศุลกากรฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ร่วมกันแถลงผลการเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนห้างดัง ยึดของกลางกว่า 48,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ความเสียหายรวม 500 ล้านบาท

รมว.ยุติธรรม เผยอีกว่า ที่ผ่านมาเราได้มีการตรวจจับการขายของปลอมมาตลอด แต่เนื่องด้วยพฤติการณ์ของกลุ่มผู้กระทำความผิด ที่บางครั้งก็นำเอาสินค้าเข้ามาวันต่อวัน ในเวลากลางดึก ตนจึงได้กำชับสั่งการให้ดีเอสไอคอยประสานข้อมูลกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้เร่งรัดการจับกุมอย่างต่อเนื่องต่อไป นอกจากนี้ กรณีของห้างสรรพสินค้าที่เปิดให้ผู้กระทำความผิดเช่าและเก็บสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนนี้ก็ต้องให้ดีเอสไอดำเนินการเรียกสอบปากคำ ว่านำเข้ามาอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ สำหรับเป้าหมายการล้างบางสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตนทราบว่ามีหลายหน่วยงานรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือดีเอสไอ และกรมทรัพย์สินทางปัญญา เชื่อว่าทุกหน่วยงานจะมีการขยายผลอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ และกรมศุลกากร ได้ดำเนินการในปี 2568 พบว่า ได้ดำเนินการจำนวนคดีทั้งสิ้น 1,180 คดี ยึดทรัพย์สินของกลางกว่า 3.5 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 1,175 ล้านบาท ทั้งนี้ เรื่องสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถปล่อยให้มีการจำหน่ายในตลาดทั่วไปได้ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ แบตสำรอง อแดปเตอร์ เพราะถ้าหากมีคนนำไปใช้แล้วสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ก็จะทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า เราไม่ได้หยุดแค่หน้าร้าน แต่ต้องสืบสวนเชิงลึก เพราะขบวนการเหล่านี้มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี มีลักษณะการขนย้ายสินค้าเป็นกองทัพมด เราจะสืบสวนเพื่อรับเป็นคดีพิเศษตามความผิดกฎหมายฟอกเงิน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้ครบวงจร เพื่อทำลายเครือข่ายเหล่านี้ และจะเพิ่มความเข้มข้นตรวจยึดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดโดยไม่ให้มีการต่อรอง รวมถึงจะขยายผลไปทุกระดับบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อเรียกคืนรายได้สู่รัฐ และจะได้ทำให้ประเทศไทยถูกปลดออกจากบัญชีสหรัฐ กรณีที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถาวร และขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนไม่สนับสนุนการใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวอีกว่า ในเรื่องสืบสวนดังกล่าว หลังจากนี้คณะพนักงานสืบสวนจะได้เชิญเจ้าของห้างสรรพสินค้ามาให้ข้อมูลในฐานะผู้ให้เช่าพื้นที่ ซึ่งพบการกระทำผิดในเรื่องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพราะหากปล่อยให้มีสินค้าผิดกฎหมายจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ให้เช่าก็ถือเป็นเรื่องผิดปกติที่ต้องตรวจสอบ โดยห้างอาจต้องร่วมรับผิดชอบตามสัญญาเช่า และต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เพราะปกติแล้ว ห้างที่ให้เช่าเขามีสัญญาห้ามขายของละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอยู่แล้ว ถ้าละเมิดก็ต้องรับผิด