รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมการค้าต่างประเทศ กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เพื่อหารือแนวทางการกำกับดูแลสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ก่อนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ในวันที่ 25 มี.ค. 69 ซึ่งมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน โดยมีวาระสำคัญพิจารณาเพิ่มบัญชีรายการสินค้าและบริการควบคุม 12 รายการใหม่ จาก 59 รายการ เป็น 71 รายการ พร้อมเพิ่มมาตรการกำกับดูแลสินค้าเดิมอีก 13 รายการ

สำหรับสาระสำคัญมีการเพิ่มมาตรการสำหรับน้ำมันปาล์ม ในการควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบออกนอกราชอาณาจักร และกำหนดให้น้ำมันปาล์มบริโภคบรรจุในภาชนะปิดสนิทต้องแจ้งต้นทุนและราคา รวมทั้งต้องขออนุญาตก่อนปรับราคาขาย เพื่อดูแลปริมาณน้ำมันปาล์มให้เพียงพอต่อการใช้บริโภค และผลิตไบโอดีเซล ซึ่งเพิ่มจากเดิมที่มี 5 มาตรการ ได้แก่ การควบคุมการขนย้าย การแจ้งข้อมูลปริมาณและสถานที่เก็บ การรับซื้อผลปาล์ม การแสดงราคารับซื้อ และการติดตั้งมิเตอร์ในถังเก็บน้ำมันปาล์ม

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสินค้าควบคุมรายการใหม่ 2 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก ซึ่งกำหนดให้แจ้งข้อมูลปริมาณการผลิต ราคาจำหน่าย และปริมาณคงเหลือ และการควบคุมน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งกำหนดให้แจ้งต้นทุน ราคา และรายละเอียดสินค้า พร้อมต้องขออนุญาตก่อนจำหน่าย หากมีการปรับราคาสูงกว่าที่แจ้งไว้ ขณะเดียวกันจะยกระดับมาตรการควบคุมสินค้าที่มีอยู่แล้ว 6 รายการ ได้แก่ สบู่ น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย กระดาษชำระ ผงซักฟอก และแชมพู โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแจ้งต้นทุน ราคา และรายละเอียดสินค้า รวมถึงต้องขออนุญาตก่อนจำหน่ายหากมีการเปลี่ยนแปลงราคาหรือจำหน่ายสูงกว่าที่แจ้งไว้

นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ จะเสนอที่ประชุม กกร. ยกระดับมาตรการทางกฎหมาย ด้วยการเพิ่มจำนวนรายการสินค้าควบคุมที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น สินค้าน้ำดื่มบรรจุขวด และเม็ดพลาสติก ให้เข้ามาอยู่ในรายการสินค้าควบคุม และจะปรับมาตรการกำกับดูแลสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยจากเดิมที่ผู้ผลิตแค่แจ้งมาที่กรมการค้าภายในก่อนปรับขึ้นราคา มาเป็นจะต้องขออนุญาตมาที่กรม ก่อนปรับขึ้นราคาทุกครั้ง เช่น กระดาษชำระ-กระดาษเช็ดหน้า, แชมพู, ผงซักฟอก-น้ำยาซักฟอก, ผลิตภัณฑ์ล้างจาน, ผ้าอนามัย และสบู่ เป็นต้น