พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มเครือโคคา-โคล่า หรือ โค้ก ใน 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้า เนื่องจากไม่ต้องการผลักภาระให้แก่ผู้บริโภค และเกรงว่าการปรับราคาจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในระยะยาว แต่หากสถานการณ์เลวร้ายที่สุดต้นทุนขนส่งและบรรจุภัณฑ์ปรับขึ้นเกิน 100 ล้านบาท จนกระทบกำไรสุทธิและเงินปันผลของนักลงทุนบริษัทก็จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา ณ เวลานั้น

ทั้งนี้ ได้วางแผนรับมือกับราคาน้ำมันดิบที่ส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติกและกระป๋องอลูมิเนียมปรับตัวสูงขึ้น บริษัทเตรียมปรับกลยุทธ์หันมาให้ความสำคัญกับ บรรจุภัณฑ์แบบขวดแก้วชนิดคืนขวดมากขึ้น เพราะนอกเหนือจากช่วยลดภาระต้นทุนบรรจุภัณฑ์ในระยะยาวแล้วยังช่วยตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่เป็นเกาะแก่ง เพื่อลดปัญหาขยะพลาสติกในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แม้ปัจจุบันสัดส่วนขวดแก้วจะน้อยกว่า 10% แต่พร้อมผลักดันให้กลับมาเป็นทางเลือกสำคัญอีกครั้ง

ขณะที่เดียวกันยังสร้างการเติบโตด้วยกิจกรรมการตลาด เดินหน้าผลักดันนวัตกรรมสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ไปแล้ว 3 รายการ ได้แก่ แฟนต้า รสสับปะรด และ สไปรท์ ชิลล์ และผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียม ได้แก่ มอนสเตอร์ เอ็นเนอร์จี้ เน้นการขายผ่านช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และร้านสะดวกซื้อเป็นหลักซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี บวกกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ปีนี้ที่เชื่อว่าจะคึกคัก เป็นโอกาสในธุรกิจเครื่องดื่ม จึงตั้งเป้าหมายปีนี้มีรายได้เติบโต 3-5% จากปี68 ที่มีรายได้ 8,258 ล้านบาท



