โลกทั้งใบกลายเป็นสีชมพูไปแล้วสำหรับคุณแม่คนเก่งอย่าง “แม่เกตุ” คุณแม่ของนักร้องสาวชื่อดัง “เจนนี่ รัชนก” ที่พักหลังดูจะแฮปปี้สุดๆ เพราะหัวใจกลับมาพองโตมีคนอาสาเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ทำเอาแฟนคลับลุ้นกันตัวโก่งว่ารักครั้งนี้จะเป็นอย่างไร
ล่าสุดในงานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ “TikTok Shop Awards 2026 – Road to the Top: Powering Thailand’s Discovery Commerce” สื่อมวลชนได้มีโอกาสเจอตัวลูกสาวอย่าง “เจนนี่-รัชนก สุวรรณเกตุ” เลยไม่พลาดที่จะถามถึงประเด็นรักครั้งใหม่ของแม่เกตุ รวมถึงสถานะความสัมพันธ์แม่ลูกหลังจากที่เคยมีประเด็นดราม่าทะเลาะกันจนเงียบหายไปพักใหญ่
โดย “เจนนี่” เปิดใจแบบหมดเปลือกว่า “หนูก็เห็นพร้อมทุกคน หนูก็ยังไม่ได้มีความรู้สึกว่าต้องรู้สึกอะไรกับเรื่องนี้ค่ะ ถามว่าจริงๆ เป็นห่วงไหม ก็ยังคงเป็นห่วง ถ้ามีความสุขกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ก็ยินดีด้วยค่ะ ก็ขอให้มันเป็นรักที่ดี เป็นรักที่ไม่เหนื่อย แล้วก็เป็นรักที่ซัพพอร์ต คือครอบครัวเราอยากได้คนที่ซัพพอร์ตจริงๆ คือเราทราบพร้อมข่าว ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ทักไปถามเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ก็มีถามลิลลี่ น้องก็บอกว่าเคยเจอหลายรอบแล้ว ก็มีแอบแซวๆ น้องไปว่าเป็นไงบ้าง ก็เซอร์ไพร้ส์ค่ะ”
“ก็เป็นห่วงค่ะ เพราะว่าแม่เองก็มีประสบการณ์ด้านความรักที่ไม่ดีมาหลายรอบ แต่ถามว่าต้องไปห้ามไหม ก็ไม่ได้ห้าม คือมีได้แต่ว่า คือถ้าบอกทุกคนได้เราก็อยากเจอคนที่ดีกันทุกคนนั่นแหละค่ะ ไม่มีใครอยากเจอความรักที่มันต้องผิดหวังซ้ำซ้อน แต่ในฐานะลูกเนื่องจากว่าบ้านเราก็จะเป็นบ้านที่มีทั้งเรื่องของดราม่าต่างๆ เรื่องของผู้ติดตามมีชื่อเสียงความเป็นนักร้อง ก็หวังว่าคุณแม่จะเจอคนที่ดีจริงๆ ณ วันนี้ถ้าถามว่าเขาดีไหม เขาโอเคหรือเปล่า สำหรับเจนนี่คือเราไม่คอนเฟิร์มใครอยู่แล้ว ระยะเวลาเท่านั้นที่มันจะเป็นคำตอบให้ได้ ว่าเขาจะอยู่ได้นานกันไหม เขาจะเป็นยังไงกันบ้าง หรือบทสรุปแล้วเขาจะอยู่ได้หรือไม่ได้ ก็คุณแม่เป็นคนตัดสินใจ หนูขอแค่อย่างเดียวขอให้เป็นรักที่ถูกต้อง และมีความสุขจริงๆ แค่นั้น”

“ส่วนตัวเจนนี่ไม่รู้จักแฟนใหม่แม่ค่ะ (อยากทำความรู้จักไหม?) ยังๆ ค่ะ ยังดีกว่า ให้เวลาก่อน ให้คุณแม่เขาทำความรู้จักไปก่อน เจนนี่รู้สึกว่าเรื่องราวของเจนนี่กับแม่ มันก็เพิ่งผ่านดราม่ากันมา จะให้อยู่ดีๆ เราต้องลงลึกเข้าไปถึงขั้นว่าคุณแม่จะคบใคร หรือว่าต้องไปเวลคัมใครขนาดนั้น หนูก็ยังค่ะ หนูก็รู้สึกว่าให้แม่กับลิลลี่สแกนไปก่อน ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ เราก็แบบว้าวเวลคัมทุกคนที่จะเข้ามา ไม่งั้นก็อยากเข้ามากันหมดอยู่ดี เราก็จะมีกำแพง มีสเปซของเรา แต่ถ้าทุกคนเป็นคนดีพอ หรือว่าแฟนคุณแม่เขาดีพอดี ไม่ต้องห่วงเลย เพราะว่าหนูก็ไม่เคยไม่เปิดรับคนที่ดีอยู่แล้ว ไม่ได้ปิดกั้นใคร แต่ถามว่า ณ วันนี้จะให้แบบโอ้โห สวัสดีคุณพ่อเลย (หัวเราะ) มันก็ไม่ใช่ ลิลลี่เขารู้ว่าเราเป็นยังไง เขาก็เลือกที่จะพูดสั้นๆ เขาก็จะแบบนิดหนึ่ง”
“คือถ้าในพาร์ตของความรักนะคะ ทุกคนก็เป็นแบบคุณแม่ได้กันทั้งนั้น แต่พอดีว่าพอมาเป็นบ้านเจนนี่-ลิลลี่ มันอาจจะต้องเซฟและซอฟต์อะไรอย่างนี้ค่ะ ก็เดี๋ยวคุยกัน เดี๋ยวจะมีฝากสื่อสารไปบ้าง คุยเองบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่ว่าจะไม่ให้กระทบกับความรู้สึกไปมากกว่านี้ เพราะว่าแผลเก่าของแม่กับลูกมันก็ยังคาราคาซังกันอยู่ในบางเรื่องก็คุยกันแต่ยังน้อยอยู่”

“ตอนนี้ยังมีระยะห่าง มันก็ยังไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ถามว่ารักเป็นห่วงไหม ทุกอย่างคือเหมือนเดิมค่ะ แต่แม่ปลดบล็อกแล้วค่ะ ปลดตั้งแต่ปีใหม่แล้ว (ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้?) มันไม่นานหรอกค่ะ แต่ว่าบางเรื่องบางราวมันอาจจะต้องมีข้อตกลง มีการพูดคุยที่มันชัดเจนมากขึ้น หรือถ้ายังไม่พร้อมกันทั้งคู่ เราก็แค่มองข้ามกันไปก่อน โฟกัสความสุขของตัวเองกันไปก่อนดีกว่า เพราะว่าตอนนี้หนูก็โฟกัสลูก โฟกัสยิว (ฉัตรมงคล สมแก้ว) แม่ก็ถ้ามีแฟนเขาก็คงโฟกัสแฟนมากขึ้น”
“แม่ลูก ไม่มีทางตัดขาดหรอกค่ะ คนเราไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องตัดกันไม่ขาดกันอยู่แล้ว แล้วยิ่งคนเป็นแม่ที่เขาคลอดเรามา จะให้เรามาเกลียดมาโกรธเป็นไปไม่ได้ เหมือนที่หนูพูดว่าเป้าหมายหนู ณ วันนั้นคือเราอยากให้สถานการณ์ทุกอย่างมันดีขึ้น หนูอยากปลดล็อกทุกอย่าง อยากให้มันเป็นระเบิดเวลาที่มันไม่ต้องมานั่งเฟคพี่ๆ สื่อ หรือว่าในไลฟ์สด ไม่ต้องมานั่งแบบคนนั้นอยู่ไหนคนนี้อยู่ไหน คุณแม่เป็นยังไง มันจบไปแล้ว หลังจากนี้คือจะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นผลการกระทำของทุกคนทั้งตัวเจนนี่ด้วย สำหรับหนูก็คือขอแค่ให้ทุกคนทำในสิ่งที่ถูกต้อง และให้ทุกคนพัฒนาตัวเองไปทางด้านที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้เงิน ก็แฮปปี้แล้วค่ะ”

เจนนี่ยังได้เตือนภัยมิจฉาชีพที่สร้างเพจปลอมแอบอ้างชื่อเธอไปหลอกเงินจากแฟนคลับ จนผู้เสียหายโทรฯ มาโฮใส่สายติดต่องาน งานนี้เจ้าตัวยืนยันชัด
“คือผู้เสียหายเข้ามาคอมเมนต์ในติ๊กต็อกเจนนี่ ว่าเขาแจ้งความแล้วนะ ว่าเขาจะจับเจนนี่ ว่าเจนนี่ไปหลอกเงินเขา เขาบอกว่าโทรฯ หาเจนนี่ก็ไม่รับ ก็เลยบอกว่างั้นพี่โทรฯ มาใหม่ได้ไหม เขาก็โทรฯ มาจริงๆ ด้วยเป็นเบอร์ติดต่องาน พอโทรฯ มาเขาบอกว่าเนี่ยโอนไปแล้วนะ ทำไมไม่โอนมาสักที ไหนบอกว่าโอนไปให้ก่อนแล้วจะโอนคืน เราก็บอกว่าแล้วบัญชีที่โอนไปชื่ออะไร เขาก็บอกว่าณัฐวุฒิอะไรก็ไม่รู้ แล้วเจนนี่ก็ถามแล้วเพจที่ให้โอนคือเพจไหน ซึ่งไม่ใช่เพจเจนนี่ ชื่อบัญชีก็ไม่ใช่เจนนี่
ตอนแรกเราก็มีอารมณ์นิดนึง ทำไมถึงต้องขั้นแจ้งความเรา แต่พอเขาเริ่มร้องไห้เราเข้าใจแล้ว อาจจะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่จะต้องซื้อนมให้ลูก แล้วเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก็นึกว่าเจนนี่จริงๆ วันที่เขาโทรฯ มาเขายังนึกว่าเจนนี่ไปหลอกเขาจริงๆ อยู่เลย ทั้งที่นั่นเป็นมิจฉาชีพ เพราะฉะนั้นถ้าเจนนี่จะแจกเงินใคร หรือจะแจกอะไรให้ใครไม่จำเป็นต้องโอนเงินมาให้หนูสักบาท ระวังมิจฉาชีพกันด้วย แล้วก็ของเราไม่มีบัญชีคนอื่นเลย หนูชื่อรัชนก สุวรรณเกตุเท่านั้น
รอบแรกเขาโอนไป 300 แล้วเขาบอกว่ารอบที่สองให้โอนไป 3,000 เขาก็โอนไป 3,300 ที่เขาร้องไห้เพราะมันคือเงินที่เขาจะซื้อนมให้ลูก จากความที่เราโกรธเราก็เริ่มกลายเป็นความสงสารแล้ว ก็จะมีบอกเขาไปว่าให้ไปแจ้งความ แล้วเราก็จะป้องกันตัวเองด้วยการแจ้งความไว้ด้วยก็ระวังนะคะ เดี๋ยวนี้ผู้ที่มีชื่อเสียงจะโดนแบบนี้กันบ่อยเลย ทั้งเว็บพนัน เพจปลอม หรือว่าใครก็แล้วแต่ ไม่มีใครแจกเงินแล้วให้คุณโอนเงินไปให้ก่อนแน่นอน ก่อนที่เราจะโอนเงินให้ใคร เราต้องรู้ว่าชื่อบัญชีคือใคร ต้องยืนยันตัวตน ต้องเปิดวิดีโอ เจนนี่ไลฟ์สดทุกวัน คุณเข้ามาถามเจนนี่ในไลฟ์ก่อนโอนก็ได้ ว่าเขาเป็นใคร เจนนี่แจกจริงหรือเปล่า ก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนระมัดระวังกันด้วยนะคะ”





