นางชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ ติ๊กต็อก เปิดเผยว่า ปัจจุบัน คอนเทนต์และครีเอเตอร์ และการค้นพบกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยปัจจุบัน ผู้บริโภคมักค้นพบคอนเทนต์ ที่จุดประกายแรงบันดาลใจที่นำไปสู่ การตัดสินใจที่จะคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม เริ่มค้นหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการนั้นมากขึ้น หรือแม้กระทั่งกดสั่งซื้อสินค้าทันที ซึ่ง ข้อมูลวิจัยล่าสุด ระบุว่า 76% ของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มดำเนินการดังกล่าวหลังรับชมคอนเทนต์ที่น่าเชื่อถือ สะท้อนบทบาทของครีเอเตอร์ที่เพิ่มขึ้นทั้งในด้านการสร้างการค้นพบและการปิดการขาย
“ประเทศไทยวางเป้าหมายเป็นศูนย์กลาง ครีเอเตอร์ อีโคโนมี่ หรือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยผู้ผลิตคอนเทนต์ ที่เติบโตอย่างสูง และการการเติบโตของ ดิสคัฟเวอรี คอมเมิร์ซ หรือ การส่งสินค้าให้ถึงกลุ่มเป้าหมายที่ตรงจุดผ่าน ผ่านอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย ก็มีความสอดคล้องกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ ครีเอเตอร์ อีโคโนมี ซึ่งจากผลการศึกษาของ ติ๊กต็อกร่วมกับ เอคเซนเชอร์ คาดการณ์ว่า ภายในปี 73 ครีเอเตอร์ อีโคโนมี ของไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 1.72 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 5.63 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 1.55 เท่า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”

นางชนิดา กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทย ติ๊กต็อก ชอป ได้สร้างอีโคซิสเต็มส์ที่แข็งแกร่ง โดยมีผู้ขายมากกว่า 5 ล้านราย และมีครีเอเตอร์ติดตะกร้า อีกกว่า 3 ล้านราย ซึ่งช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถขยายตัวได้ผ่าน คอนเทนต์ ไดเว่น คอมเมิร์ซ หรือ การใช้คอนเทนต์ดึงความสนใจและการซื้อ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในทุกมิติของโดยการรวมเอาทั้งการค้นพบสินค้า การมีส่วนร่วม และการทำธุรกรรมไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและย่นระยะเวลาของการตัดสินใจซื้อให้สั้นลง และยังช่วยให้ ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงเครื่องมือ เครือข่าย และมอบโอกาสการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน ดิสคัฟเวอรี คอมเมิร์ซ ที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจท้องถิ่นสามารถสร้างแบรนด์ผ่านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ เข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ ผ่านการทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ และขยายตลาดจากระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับประเทศ
ล่าสุด ติ๊กต็อก ชอป ได้จัดงาน จัดงาน TikTok Shop Awards 2026 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อยกย่องความสำเร็จของผู้ขาย ครีเอเตอร์ และพาร์ทเนอร์ในอีโคซิสเต็ม และร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยมีธุรกิจกว่า 450 รายตบเท้าเข้าสู่แพลตฟอร์ม และสร้างยอดขายรวม (GMV) ได้มากกว่า 1.32 พันล้านบาท ในปี 2568 ให้กับผู้ประกอบการภายใต้การดูแลของ DBD ซึ่งภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว TikTok Shop ได้เดินหน้าติดอาวุธทักษะดิจิทัลคอมเมิร์ซให้กับ SME กว่า 10,000 ราย ในช่วงปี 2566-2568 ผ่านการอบรมทักษะที่จำเป็น เช่น การไลฟ์สตรีมมิง การทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ และการทำคอนเทนต์เพื่อกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ยังได้กระจายหลักสูตรไปสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชนกว่า 1,722 แห่งทั่วประเทศ เพื่อขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

ด้าน นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถช่วยเปลี่ยนการเสริมสร้างขีดความสามารถ ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้สำหรับธุรกิจไทย ความร่วมมือนี้ตอกย้ำบทบาทของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างครอบคลุมทั่วทั้งเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย



