สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ว่า ฝ่ายบริหารอียูในกรุงบรัสเซลส์ เห็นชอบกับข้อตกลงฉบับล่าสุดนี้ เพื่อผลักดันการกระจายการค้าของอียู เนื่องจากยุโรปเผชิญกับความท้าทายหลายประการจากสหรัฐและจีน
ประเด็นสำคัญต่าง ๆ เช่น การใช้ชื่อทางภูมิศาสตร์ของยุโรปโดยออสเตรเลีย รวมถึงปริมาณเนื้อวัวที่สามารถส่งออกไปยังทวีปยุโรป ได้รับความเห็นพ้องต้องกันจากอียูและออสเตรเลีย จนนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงฉบับนี้ หลังจากการเจรจากันเป็นเวลานาน 8 ปี
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ และวัตถุดิบที่สำคัญ ซึ่งฟอน แดร์ เลเยน กล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาออสเตรเลียว่า อียูและออสเตรเลียต่างยึดมั่นในค่านิยมร่วมกัน และต้องทำงานร่วมกันเพื่อลดการพึ่งพาประเทศต่าง ๆ มากเกินไป เช่น จีน สำหรับแร่ธาตุหายาก
“เราไม่สามารถพึ่งพาซัพพลายเออร์วัตถุดิบที่สำคัญเช่นนี้มากเกินไปได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราต้องการซึ่งกันและกัน ความมั่นคงของเราคือความมั่นคงของคุณ และด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศครั้งใหม่ เราจะสนับสนุนซึ่งกันและกัน” ฟอน แดร์ เลเยน กล่าวเพิ่มเติม
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อียูคาดการณ์ว่า การส่งออกสินค้าไปยังออสเตรเลีย จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ใน 3 ในอีกสิบปีข้างหน้า โดยฟอน แดร์ เลเยน กล่าวเสริมว่า ข้อตกลงการค้าฉบับนี้เป็นข้อตกลงที่ยุติธรรม รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของอียูและออสเตรเลีย.
เครดิตภาพ : REUTERS



