สถานการณ์พลังงานโลกในปี 2569 กำลังเข้าสู่จุดเปราะบางจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลกโดยตรง เมื่ออุปทานน้ำมันและก๊าซสะดุด ราคาพลังงานจึงพุ่งขึ้นรวดเร็ว ประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าพลังงานเป็นหลัก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่ใช้ผลิตไฟฟ้า เมื่อราคานำเข้าสูงขึ้น ต้นทุนผลิตไฟก็ขยับตาม และสุดท้ายก็ปรากฏออกมาในรูปของ ‘ค่าไฟที่กำลังจะแพงขึ้น’
ต้นเหตุค่าไฟแพง
ต้นตอหลักอยู่ที่การปิด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก เมื่อราคาน้ำมันและ LNG ปรับขึ้น ต้นทุนผลิตไฟฟ้าไทยจึงเพิ่มตามทันที ยิ่งในจังหวะที่การผลิตก๊าซในประเทศลดลง ยิ่งทำให้ค่าไฟมีโอกาสแตะระดับเกิน 4.50 บาทต่อหน่วยในบางช่วง
ตัวแปรหลักดันค่าไฟ
สิ่งที่หลายคนเริ่มเห็นชัดคือ ‘ค่า Ft’ หรือค่าไฟผันแปร ซึ่งเป็นตัวสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงโดยตรง ซึ่งในปีนี้ค่า Ft มีแนวโน้มปรับขึ้นมากกว่าปกติ เพราะไม่ใช่แค่ราคาพลังงานแพงขึ้น แต่ยังมีภาระหนี้เก่าที่เคยช่วยพยุงค่าไฟไว้ก่อนหน้านี้ กำลังถูกทยอยเก็บคืน อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ ก่อนหน้านี้รัฐช่วยตรึงค่าไฟไว้ แต่ตอนนี้เริ่มปล่อยให้สะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น ทำให้ค่าไฟรอบใหม่มีแนวโน้มขยับขึ้น และมีโอกาสเกิน 4 บาทต่อหน่วย
เปลี่ยนบ้านเป็นแหล่งผลิต
เมื่อค่าไฟมีแนวโน้มสูงขึ้น ‘โซลาร์รูฟท็อป’ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาว บ้านที่ใช้ไฟค่อนข้างมาก โดยเฉพาะช่วงกลางวัน จะเห็นความคุ้มค่าชัด เพราะสามารถผลิตไฟใช้เองได้ทันที การลงทุนมีโอกาสคืนทุนในไม่กี่ปี และหลังจากนั้นค่าไฟจะลดลงต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน มาตรการลดหย่อนภาษีของรัฐช่วยลดภาระค่าติดตั้ง ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และช่วยล็อกค่าไฟในระยะยาว ไม่ต้องกังวลกับราคาที่ผันผวนมากเหมือนเดิม
ใช้ไฟให้เป็น ลดค่าใช้จ่ายทันที
นอกจากการผลิตไฟใช้เองแล้ว การรู้ว่าไฟบ้านเราใช้ไปกับอะไรก็สำคัญไม่แพ้กัน ปัจจุบันมีอุปกรณ์และระบบสมาร์ทโฮมที่ช่วยดูการใช้ไฟแบบเรียลไทม์ ทำให้เห็นว่าอะไรใช้ไฟเกินจำเป็น และปรับพฤติกรรมได้ตรงจุด โดยเฉพาะบ้านที่ติดโซลาร์ สามารถย้ายการใช้ไฟไปช่วงกลางวัน เช่น ซักผ้าหรือใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหนักๆ จะช่วยลดค่าไฟได้อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ การเลือกใช้แอปของการไฟฟ้ายังช่วยดูบิลล่วงหน้าและวางแผนการใช้ไฟได้ง่ายขึ้น
ปรับพฤติกรรม ช่วยประหยัดได้ยาว
การลดค่าไฟไม่จำเป็นต้องลงทุนแพงเสมอไป แค่ปรับพฤติกรรมพื้นฐานก็ช่วยได้ เช่น เปิดบ้านให้ลมถ่ายเท ลดความร้อนสะสม ใช้แสงธรรมชาติแทนการเปิดไฟ รวมถึงการตั้งแอร์ที่ 26 องศา การล้างแอร์สม่ำเสมอ และเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ช่วยลดค่าไฟได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย
วางแผนเงินล่วงหน้า รับค่าไฟขาขึ้น
ในภาวะที่ค่าไฟมีโอกาสแพงขึ้น ครัวเรือนควรเตรียมตัวล่วงหน้า เช่น จากเดิมที่จ่ายเดือนละ 2,000 บาท อาจต้องกันเพิ่มเป็นราว 2,400-2,500 บาท เพื่อไม่ให้กระทบค่าใช้จ่ายส่วนอื่น การตั้งงบเผื่อไว้แบบนี้ จะช่วยให้รับมือกับค่าไฟที่ผันผวนได้ดีขึ้น และไม่กระทบสภาพคล่องในแต่ละเดือน
ดังนั้นทางออกของครัวเรือนไทยนอกจากต้องประหยัดแล้ว ยังต้องปรับตัวให้เร็วขึ้น ตั้งแต่การผลิตไฟใช้เอง การใช้เทคโนโลยีจัดการพลังงาน ไปจนถึงการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ



