ในภาวะสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนและ รัฐบาลปรับขึ้นราคาก้าวกระโดดถึงลิตรละ 6 บาท ส่งผลให้พลาสติกซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันมีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย สัปดาห์นี้มีร้านค้าของเก่าประกาศปรับราคารับซื้อขวดน้ำที่ทำมาจาก พลาสติก PET (olyethylene Terephthalate)เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากกิโลกรัมละ 4 บาท เป็น 8 บาท บางแห่งสูงถึง 10 บาท จากเดิมที่เคยอยู่ที่ระดับ 3-5 บาท

นายชัยยุทธิ์ พลเสน นายกสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เปิดเผยถึงปัจจัยการขึ้นราคารับซื้อขวด PET ว่า แบ่งออกเป็น 2 เรื่องหลัก คือ
- ความผันผวนของราคาน้ำมัน มีการปรับราคาขึ้นสูงและที่สำคัญคือ “หาเติมไม่ได้” เนื่องจากโรงงานรีไซเคิลส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก เมื่อน้ำมันขาดแคลน วัตถุดิบจากทางภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคอีสาน จึงไม่สามารถขนส่งลงมาได้ ทำให้โรงงานรีไซเคิลขาดแคลนวัตถุดิบ นอกจากนี้ รายย่อยที่ขนของมาขายด้วยรถกระบะต้องประหยัดน้ำมัน และมองว่าไม่คุ้มค่าที่จะนำขวด PET หรือของเก่ามาส่ง เพราะต้องการเก็บน้ำมันไว้ใช้ในด้านอื่นที่จำเป็นมากกว่า
- ความต้องการในตลาดโลก พื้นที่แถบยุโรปและจีนเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว จึงมีความต้องการเส้นใยรีไซเคิลจากขวดน้ำไปผลิตเครื่องนุ่งห่ม เช่น เสื้อผ้า ถุงเท้า และหมวก โรงงานรีไซเคิลเพื่อหลอมเป็นเส้นใยจึงมีออเดอร์รออยู่แล้ว
ดังนั้น โรงงานจึงต้องปรับราคารับซื้อขวด PET เพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ซาเล้งและชาวบ้านรวบรวมมาขาย เนื่องจากปัจจัยเรื่องน้ำมันทำให้การขนส่งจากระยะไกลทำได้ยากขึ้น โดยปกติรถบรรทุกเทรลเลอร์ที่บรรทุกขยะขวด PET ได้ครั้งละ 1,000-1,500 ตัน จะมีต้นทุนค่าน้ำมันประมาณ 8,000-10,000 บาทต่อรอบ

ปัจจุบันโรงงานหลอมขวด PET ในประเทศไทยมีอยู่ 3 แห่ง ตั้งอยู่ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม, พัทยา และ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี โดยทั้ง 3 แห่งมีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติทั้งจีนและยุโรป
นายชัยยุทธิ์กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 24-25 มีนาคมที่ผ่านมา ราคารับซื้อขวด PET ล่าสุดที่หน้าโรงงานปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 14 บาท ซึ่งถือว่าปรับขึ้นเร็วมากภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน (จาก 11 บาท เป็น 12 และ 14 บาท) ขณะที่ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าจะรับซื้ออยู่ที่ 6, 8 และ 10 บาท
ขวด PET เป็นหนึ่งในพลาสติก 33 ชนิด ที่มีจุดหลอมเหลวต่ำ เมื่อนำกลับมารีไซเคิลผ่านเตาหลอมสามารถผลิตเป็นเส้นใยที่มีความแข็งแรงและใส จึงเหมาะแก่การนำไปทำสิ่งทอ อย่างไรก็ตาม แม้โรงงานหรือร้านรับซื้อของเก่าจะมีกลไกช่วยจ่ายค่าน้ำมันให้รถบรรทุก แต่ปัญหาใหญ่คือ “ไม่มีน้ำมันให้เติม”
“จริงๆ พลาสติกมีสต็อกอยู่แล้ว แต่ผู้ประกอบการรู้ว่าน้ำมันขาดแคลน เดี๋ยวเม็ดพลาสติกจะขึ้นราคา จึงถือโอกาสขึ้นราคาของที่สต็อกไว้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ กว่ากรมการค้าภายในจะมาตรวจ สินค้าในสต็อกก็คงขายไปหมดแล้ว” นายชัยยุทธิ์กล่าว

นายชัยยุทธิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่ามีสมาชิกทั่วประเทศประมาณ 49,000 ราย ขยะหลักที่สร้างรายได้คือขวด PET และกระดาษลัง แต่ปัญหาขณะนี้คือประเทศไทยปล่อยให้มีการนำเข้ากระดาษลังจาก สหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป โดยกำหนดอัตราปนเปื้อนได้สูงถึง 30% ขณะที่โรงงานในไทยกำหนดเกณฑ์ปนเปื้อนของกระดาษในประเทศไว้เพียง 10% ซึ่งในปี 68 มีการนำเข้าขยะกระดาษจากมากถึง 3,200,000 ตัน
ส่งผลให้ราคากระดาษในประเทศตกต่ำ โดยกระดาษนำเข้าโรงงานรับซื้อกิโลกรัมละ 5 บาท แต่รับซื้อกระดาษในประเทศเพียงกิโลกรัมละ 4 บาท ซึ่งเป็นแบบนี้มานานกว่า 1 ปีแล้ว การนำเข้าขยะจากต่างประเทศจึงกระทบกับรายได้ของซาเล้งโดยตรง
แม้ขยะประเภทขวดแก้วหรือกระป๋องอลูมิเนียมจะสร้างรายได้ดีกว่า แต่ในช่วงเศรษฐกิจซบเซา การบริโภคน้อยลง ขยะเหล่านี้ก็ลดน้อยลงตามไปด้วย ในนามของสมาคมฯ จึงได้ยื่นหนังสือต่อ รมว.กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้ทบทวนนโยบายการนำเข้าขยะกระดาษจากต่างประเทศ



