เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ นายสุริยา บุตรจินดา รอง ผวจ.ศรีสะเกษ นายสะอาด วงศ์รักษ์ ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ นายพศิน ทาศิริ นายอำเภออุทุมพรพิสัย และพ.ต.อ.นิลกาฬ พรศักดิ์ ผกก.สภ.อุทุมพรพิสัย สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ 238 พิทักษ์นครลำดวน จ.ศรีสะเกษ นำโดย พ.ต.ท.สุรพงษ์ ปะรินรัมย์ รอง ผกก.ป.สภ.อุทุมพรพิสัย ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง อ.อุทุมพรพิสัย ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนหลังได้รับแจ้งจากสายด่วน ผวจ.ศรีสะเกษ ผ่านระบบ “แจ้ง- จับ -จบ สยบยาเสพติด” โดยการสแกนคิวอาร์โค้ดส่งตรงถึงผู้ว่าฯ ว่า ที่วัดดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.กำแพง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ มีการมั่วสุมเสพยาเสพติดภายในวัด

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบและตรวจปัสสาวะ พระสงฆ์ ทั้งหมดภายในวัด 7 รูป พบมีปัสสาวะผลเป็นบวก 3 รูป ได้แก่ พระอธิการ เจ้าอาวาสวัด อายุ 60 ปี และพระลูกวัด อีก 2 รูป อายุ 28 ปี เบื้องต้น เจ้าอาวาส ยอมรับว่า เสพยาบ้าจริง และยาบ้าเสพหมดแล้ว โดยมีพระลุกวัดนำมาให้เสพ ซึ่งมีวัยรุ่นในพื้นที่นำมาขายให้เสพโดยเสพร่วมกันกับพระลูกวัด เสพครั้งสุดท้ายก่อนโดนจับเมื่อ 2-3 วันก่อน และหมดแล้ว พร้อมยินยอมให้ตรวจค้นกุฏิ ซึ่งจากการตรวจค้นกุฏิที่พักสงฆ์ ไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย พบแต่เพียงอุปกรณ์การเสพยาบ้า เช่น หลอดไม้ไผ่ และไฟแช็กลอย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปลาสิกขาและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ ได้ฝากเน้นย้ำเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ ช่วยกันแจ้งเบาะแส สายตรง ผวจ.ศรีสะเกษ ผ่านช่องทาง “แจ้ง-จับ-จบ” (แจ้งเบาะแส/จับผู้ค้าดำเนินคดีตามกฎหมาย/จบปัญหาผู้เสพเข้ารับการบำบัด) โดยการสแกน QR Code แจ้งเบาะแสยาเสพติด สายตรง ผู้ว่าฯ หรือแจ้งเบาะแสผ่านช่องทาง สายด่วน ป.ป.ส. 1386 สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 หรือ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ทุกอำเภอ หากประสงค์สมัครใจเข้ารับการบำบัดฟรี ไม่เสียประวัติ ไม่มีความผิด เพื่อรวมพลังหยุดยั้งภัยยาเสพติด “ปฏิเสธผู้ค้า รักษาผู้เสพ” อย่างจริงจัง.