เรียกได้ว่าหวานแรงแซงทุกคู่กันไปเลย สำหรับคุณแม่สุดสตรอง “ซาร่า คาซิงกินี” ที่ล่าสุดควงแขนแฟนหนุ่ม “แดริล ยัง” ออกมาอัปเดตชีวิตคู่ที่บินไปๆ มาๆ ไทย-สิงคโปร์ เป็นว่าเล่น เพราะฝ่ายชายต้องดูแลธุรกิจที่โน่น แถมพ่วงด้วยบ้านคุณพ่อซาร่าที่อยู่สิงคโปร์มานานกว่า 40 ปี งานนี้สาวซาร่าเมาท์ฉ่ำว่าสิงคโปร์ก็แค่ปากซอย แต่ติดอย่างเดียวคือของกินตอนดึกสู้เมืองไทยไม่ได้ เลยขอยังไม่ย้ายไปอยู่ถาวร
โดย ซาร่าเผยว่า ตอนนี้แผนชีวิตคู่ จริงๆ ตอนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากนะ ก็เหมือนว่าแพลนเป็นเรื่องของหน้าที่การงาน การเก็บสร้างเนื้อสร้างตัว แดริล พูดต่อว่า “แบ่งเวลาให้กับครอบครัวให้ได้มากที่สุด”
ซาร่า เผยอีกว่า “อยู่ที่โน่นเป็นหลักเพราะว่าเขาทำงานที่โน่น อยู่ที่สิงคโปร์ ก็จะเป็นช่วงมีงาน หรือว่าวันหยุดเขามาเยี่ยม แล้วซาร่าก็มีบ้านที่สิงคโปร์ด้วย ก็จะเป็นฟีลไปๆ มาๆ กันทั้งคู่ ก็สะดวกเพราะบินตรงมาง่ายเพราะว่าบินตรง พ่อของซาร่าก็มีบ้านอยู่ที่โน่น เขาอยู่มาประมาณจะ 40 ปีแล้ว สิงคโปร์ก็เหมือนหน้าปากซอย แพลนที่จะไปอยู่ที่สิงคโปร์คือจะเรียกว่า คือบ้านเราหาของกินง่ายตอนดึก เราเป็นคนชอบหิว เวลาไปต่างประเทศดึกมันไม่เหลืออะไรแล้ว เราไม่ได้กิน ก็เลยคิดว่าน่าจะอยู่ยาก คือมันต้องกินตอนดึก เลยรู้สึกว่าชีวิตต่างประเทศอาจจะไม่เหมาะกับเรา เพราะเราหิว เรื่องงานแต่ง จริงๆ ก็แพลน แต่ว่าตลกไหม คือเราอยากให้เขาขอใหม่ บอกเขาขอใหม่ก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องงานอีกที ต้องเป็นแผนทำเซอร์ไพร้ส์ใหม่ไหมคือเราวางไว้ให้หมดแล้วว่าต้องขอที่ไหน เมื่อไหร่ เราก็บอกเขาว่าจะเอาที่นี่ ไปที่นี่ ก็คือเขาเซอร์ไพร้ส์ไปแล้ว ตอนนั้นเราไม่สวยไง เราก็เลยว่าขอใหม่แบบสวยๆ ได้ไหม เราก็เลยขอเก็บอันนั้นไว้ ยังไม่โชว์รูป เราเอารูปที่สวย ก็บอกเขาขอใหม่ ก็มีการเหมือนว่าแอบบังคับว่าขอปีนี้นะ ขอปีเดียวพอไม่ต้องเยอะ เปลือง แผนการแต่งค่อยว่ากันอีกที รอให้เขาขอก่อน รอให้เขาขอใหม่อีกที ส่วนเรื่องชุดก็คงเป็นสีขาวแหละ เห็นคนอื่นเขาก็ขาวเราก็ขาวด้วย ขอเสร็จแล้วก็ถ่ายพรีเวดดิ้งตรงนั้นเลย”

เรื่องคดี ณ ตอนนี้ แดริลเผยว่า “ก็อยู่ในขั้นตอนอุทธรณ์ ก็คือรอคำสั่งศาลจะทำอะไรอยู่ว่า ขั้นตอนต่อไปจะทำยังไง”
ซาร่า พูดต่อว่า “อุทธรณ์ค่ะ ก็จะเป็นเซตเดียวกับพี่แมน (ดีเจแมน) และพี่เตย (ใบเตย สุธีวัน) เซตเดียวกัน ก็กระบวนการทำพร้อมกัน เขาอ่ะเครียดแต่เราไม่เครียด เพราะเรามั่นใจ เพราะว่าเราเป็นคนที่อยู่ด้านนอกแล้วเราก็มองเห็นหลักฐานแล้ว เขาก็อาจจะฟังภาษาไทยไม่ได้เก็ตด้วย แล้วเราก็อยู่ในทุกนัดของศาล เขาไม่มีอะไรให้เครียดหรอก และเราก็เชื่อมั่นในคำตัดสินของทางศาลชั้นต้น เพราะเป็นถึงขั้นระดับผู้พิพากษา แล้วเขาเป็นถึงระดับอาจารย์ด้วย เหมือนในเซตนี้เรารู้สึกว่ามันมีทั้งหมด 7 คน เหมือนยกฟ้อง 4 คน ติดอีก 3 คน เราก็รู้สึกว่าเราก็เคารพการตัดสินใจ มันก็ยุติธรรมสำหรับทุกอย่างแล้วใช้เวลาระยะเวลาหมือนกับชั้นแรกเลยก็ต้องประมาณ 1-2 ปี ประมาณนี้ เขากังวล ก็บอกเขาว่าไม่ต้องกังวลให้เชื่อเรา ให้เชื่อเรานะ เพราะเราบอกเขาอย่างตอนศาลชั้นแรก เราบอกเขาว่ายังไงก็ยก แล้วเขาก็บอกว่าทำไมต้องเรา ก็เราไม่ได้ทำอะไรผิด จะให้ไม่ยกได้ยังไง อะไรแบบนี้ แต่เขาก็จะมีความกังวล กลัว เขาเป็นคนคิดมากอยู่แล้ว แต่เราเป็นคนคิดบวก เราสู้ สู้หมด แต่ก็ต้องอยู่ในความถูกต้องด้วยนะ ตอนนี้ก็ยังสามารถทำอะไรได้ปกติ เพราะว่าเรายกฟ้องไปแล้ว แล้วก็เป็นผู้บริสุทธิ์ ก็แค่รอกระบวนการอุทธรณ์ เข้าออกไปไหนได้ปกติ”
แดริล พูดทิ้งท้ายว่า “คือความจริงมันเหนื่อยแล้วมันล้า คิดมากด้วยครับ”





