วันที่ 27 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ ศบก. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายแนวทางพิจารณาให้น้ำมันที่ผลิตกลั่นในไทย อยากให้เก็บไว้ใช้ในประเทศ จึงได้มอบหมายตนเอง (สภาพัฒน์) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูว่าถ้านำน้ำมันสำเร็จรูปส่งออกไป สปป.ลาว แทนการที่ไทยกลั่นเองส่งไป สปป.ลาว จะทำให้ไทยมีความมั่นคง และมีน้ำมันใช้ในประเทศ เฉลี่ย 5 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งตอนนี้กำลังดูรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร
“การนำน้ำมันสำเร็จรูปทำได้อยู่แล้วและส่งไปลาวได้เช่นกัน ส่วนที่กลั่นก็ใช้ในประเทศ ยืนยันว่าน้ำมันส่งออก ย้ำว่าช่วงที่ผ่านมา 1-25 มี.ค. มีแค่สองประเทศ แค่ สปป.ลาว และเมียนมา เท่านั้น”
สำหรับการรายงานสถานการณ์น้ำมันประจำวัน โดยเมื่อวันที่ 26 มี.ค. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับพลังงานจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ออกตรวจผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และจ๊อบเบอร์ เพื่อตรวจดูคลังน้ำมัน ทั้งหมด 7 จังหวัด ใน 22 จุด พบว่า มีข้อมูลชัดเจน ไม่ผิดปกติ
ทั้งนี้การตรวจคลังน้ำมันที่อยู่ในคลัง เหลือเฉลี่ย 1 หมื่นลิตร ซึ่งจ๊อบเบอร์ อยู่ระหว่างการขาย มีข้อมูลถูกต้องไม่ผิดปกติ
ขณะที่คลังน้ำมันของผู้ค้ามาตรา 7 ตรวจจังหวัดสงขลา 2 แห่ง ทั้งของโออาร์ และเชลล์ เหลือน้ำมันไม่ถึง 50% ประมาณ 10 ล้านลิตร จาก 25-28 ล้านลิตร
ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบทั้ง 2 คลัง มีระบบอิเล็กทรอกนิกส์ในการตรวจสอบ มีการจัดส่งน้ำมันถูกต้อง ไม่มีข้อมูลผิดปกติ
“การตรวสอบตลอดเดือน มี.ค. เป็นต้นมา มีการส่งออกจากคลังเพิ่มขึ้นสูง เนื่องจากประชาชนเข้ามาเติมมาก รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบผิดปกติ”
นอกจากนี้สถานการณ์ตามปั๊มน้ำมัน ข้อมูลจากหอการค้า ได้สำรวจสถานีน้ำมัน 550 แห่ง เห็นว่าปั๊มน้ำมันหมดลดลงมาก จาก 450 แห่ง เหลือกว่า 300 แห่ง โดยได้สำรวจทุกคืน
ส่วนปริมาณน้ำมันเข้าสู่ประเทศไทย ก่อนหน้านี้วันที่ 1-18 มี.ค. มีอยู่ 3,300-3,400 ล้านลิตร และช่วงวันที่ 20-25 มี.ค. มีเข้ามาอีก 878 ล้านลิตร รวมมีน้ำมันดิบ 4,231 ล้านลิตร เพียงพอนำมากลั่นให้ประชาชน รวมทั้งในช่วงที่เหลือของ มี.ค. และ เม.ย. จะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง



