จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีหนังสือลงวันที่ 20 มี.ค. 69 แจ้งผลคำสั่งอัยการต่อนายธรรมนูญ อัตโชติ (ผู้ร้องทุกข์) ให้ดำเนินคดีอาญากับพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ สุทธิผล) หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และ นางศศิธร โชคประสิทธิ์ ผู้ต้องหาในคดีพิเศษที่ 27/2559 โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งยุติการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร โดยเหตุผลสำคัญที่อัยการมีคำสั่งยุติการดำเนินคดี เนื่องจากคดีขาดอายุความ ส่งผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) และระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มี.ค. รายงานข่าวภายในสำนักงาน ปปง. ชี้แจงถึงกรณีที่ดีเอสไอมีคำสั่งยุติการดำเนินคดี พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ สุทธิผล) หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และ น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร เนื่องจากคดีหมดอายุความ ว่า ก่อนหน้านี้สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการยึดและอายัดพรัพย์ในคดีดังกล่าวมาแล้วจำนวนกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นอาคารโครงการ 100 ปี คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง ตั้งอยู่บนโฉนดที่ดิน 91 แปลง ในชื่อมูลนิธิธรรมกายและมูลนิธิธรรมประสิทธิ์

หลังตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีการยักยอกเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และโอนเข้าบัญชีของ น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ และพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย โดยนายศุภชัย ได้สั่งจ่ายเป็นเช็คจำนวน 27 ฉบับ เป็นจำนวนเงิน 1,458,560,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้นำไปใช้ในการก่อสร้างอาคารดังกล่าว ดังนั้น อาคาร 100 ปี จึงเป็นทรัพย์เกี่ยวกับการทำผิด จึงเป็นเหตุให้คณะกรรมการธุรกรรมในปีนั้น มีมติอายัดทรัพย์ 1 รายการ พร้อมดอกผล และมีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการมีมติ คือ วันที่ 12 มิ.ย. 61-9 ก.ย. 61 โดยกำหนดให้ผู้ถูกอายัดทรัพย์ตามคำสั่ง หรือผู้มีส่วนได้เสียประสงค์ขอเพิกถอนทรัพย์สินดังกล่าวให้ยื่นคำร้องต่อเลขาธิการ ปปง. พร้อมนำหลักฐานที่แสดงว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินมายื่นด้วย แต่พยานหลักฐานไม่สามารถรับฟังได้ เนื่องจากเส้นทางการเงินค่อนข้างชัดเจน

กระทั่งเรื่องยึดอายัดทรัพย์ดังกล่าวได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายของ ปปง. ไปสู่ชั้นศาลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าของทรัพย์สินก็ได้มีการพยายามอุทธรณ์การได้มาซึ่งทรัพย์สิน ทั้งศาลแพ่ง ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา อย่างไรก็ดี ท้ายสุดศาลได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพื่อให้นำเงินมาคืนให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ในฐานะผู้เสียหาย แต่ทั้งนี้ ทรัพย์สินทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการขายทอดตลาด ซึ่งยังคงไม่สามารถขายทอดตลาดได้เนื่องจากที่ดินบางแปลง ก็ยังไม่ค่อยมีคนมาซื้อ นอกจากนี้ปัจจุบันยังไม่มีรายการยึดทรัพย์สินใดเพิ่มเติมอีก อนึ่ง กรณีที่ดีเอสไอสั่งยุติการดำเนินคดีนั้น ไม่มีผลต่อทางคดีแพ่ง เพราะทุกอย่างสิ้นสุดแล้ว

ทั้งนี้ ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์ ได้ตรวจสอบคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.97/2561 เรื่อง อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ซึ่งมีบัญชีรายการโฉนดที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารโครงการ 100 ปี ลงวันที่ 18 มิ.ย. 61 มีทั้งหมด 91 รายการ

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้กองบริหารคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรวบรวมและรายงานข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมด สำหรับการสั่งยุติดำเนินคดีจะเร่งตรวจสอบตามเอกสารหรือหนังสือที่ได้ส่งไปยังพนักงานอัยการและหนังสือตอบกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อนำมาพิจารณาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและสรุปผลอย่างชัดเจน

โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า ส่วนจำนวนคดีพระธัมมชโยในดีเอสไอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน เพราะมีคดีมูลฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และคดีที่เกี่ยวกับการรับโอนหรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก นอกจากนี้ ยังมีคดีฟอกเงินทางแพ่ง ซึ่งสำนวนอยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมเป็น 3 ส่วนสำคัญ เมื่อรวบรวมข้อมูลครบถ้วนแล้ว จะจัดทำเอกสารข่าวเพื่อชี้แจงต่อสื่อมวลชนต่อไป.