เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา ประชาชนต่างออกมาเลือกซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคประจำวัน และต้องประสบปัญหาและได้รับความเดือดร้อนจากภาวะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาสินค้าอาหารสดประเภทเนื้อสัตว์และไข่ไก่ที่ขยับราคาขึ้นชัดเจน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและการผลิตทั่วโลก

ซึ่งสวนทางกับจุดยืนของกระทรวงพาณิชย์ที่ยืนยันว่า ยังไม่มีสินค้าใดได้รับอนุญาตให้ขึ้นราคา และยังคงมาตรการตรึงราคาไว้ โดยราคาไก่สดกิโลกรัมละ 75 บาท ไก่ผ่าซีกกิโลกรัมละ 100 และจะทยอยปรับขึ้นราคา เนื่องจากทางบริษัทที่ส่งไก่แจ้งมาจะมีการปรับราคาไก่สดในรอบสั่งถัดไป โดยทางบริษัทที่ส่งไก่สดอ้างถึงค่าขนส่งที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน

ด้านหมูเนื้อแดง กิโลกรัมละ 180 บาท หมูเนื้อแดง 3 ชั้น กิโลกรัมละ 180 บาท โดยหมูเนื้อแดงในตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง จะมีการปรับขึ้นมาอีกในรอบถัดไปโดยจะปรับขึ้นกิโลกรัม 5-10 บาท สืบเนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ระดับฟาร์ม ได้ผลักภาระมาสู่ผู้บริโภคปลายทางแล้ว และเกิดจากต้นทุนสูงและอากาศร้อนทำให้หมูโตช้า ขณะที่เกษตรกรยังแบกขาดทุนสะสม ด้านผู้ขายไก่ไข่สด เผยผลผลิตลด 3-5% ไข่เบอร์ใหญ่ขาดตลาดจากอากาศแปรปรวน ซ้ำเติมด้วยต้นทุนอาหารสัตว์-พลังงาน พุ่งจากปัจจัยสงครามตะวันออกกลาง กดดันทั้งระบบผลิตอาหารไทย

ส่วนไข่ไก่ก็ปรับขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะไข่ไก่เบอร์ 3 ที่นิยมบริโภคสูงขึ้น ก็ได้ปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. จากเดิมฟองละ 3.60 บาท เป็น 4.20 บาทต่อฟอง คิดเป็นแผงละ 6 บาท อย่างไรก็ดี ในร้านค้าปลีกรายย่อย พบว่าราคาไข่ได้ทะลุฟองละ 5 บาท ไปแล้ว ส่งผลสร้างภาระให้กับครัวเรือนที่ต้องซื้อไข่เป็นประจำทุกวัน ซึ่งปัจจัยที่ซ้ำเติมต้นทุนการผลิตมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาและปริมาณวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งปัจจุบันเริ่มเกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะกากถั่วเหลืองและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นสูตรอาหาร และนอกจากวัตถุดิบหลักแล้ว สินค้าประเภทเคมีภัณฑ์ที่จำเป็นในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ เช่น โปรไบโอติก และสารเสริมต่างๆ ในสูตรอาหารสัตว์ ล้วนเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศแทบทั้งสิ้น ดังนั้น เมื่อต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น เกษตรกรและผู้บริโภคจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกขั้นตอนการผลิตของสินค้า

นอกจากนี้ ถุงพลาสติก-หนังยาง ต่างขึ้นราคา ก่อนหน้านี้ครึ่งกิโลกรัมอยู่ 35-38 บาท ล่าสุดราคาถุงหิ้วพลาสติกครึ่งกิโลกรัมปรับขึ้นเป็น 48 บาท แม่ค้าไก่ทอดเผย แบกรับต้นทุนไม่ไหวแล้ว ถ้าราคาพุ่งไม่หยุด การทำมาหากินในช่วงนี้จะขึ้นราคาก็เห็นใจลูกค้า เพราะต่างคนต่างรับภาระที่เพิ่มขึ้นทุกด้าน ตั้งแต่ราคาน้ำมันจนถึงของกิน วอนรัฐบาลอย่ามัวแต่ออกมาบอกว่าสินค้ายังตรึงราคาอยู่ แต่อยากให้ลงมาดูในตลาดว่าราคาสินค้าราคาขึ้นไปถึงไหนแล้ว วอนเร่งหาทางแก้ไขด่วน